คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ผู้หญิงเมียนมาทวงกม.ต้านความรุนแรง

22.08.19 | 11:26 น.
รอยเตอร์

การสำรวจทางประชากรศาสตร์และสาธารณสุขในประเทศเมียนมา ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ชี้ว่า ผู้หญิงเมียนมาในสัดส่วนอย่างน้อย 1 ใน 5 ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจากชายผู้เป็นคู่ครอง แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวมองว่าผลสำรวจที่ได้ดังกล่าวเป็นการประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะมีหลายกรณีมากของเหตุความรุนแรงภายในครอบครัวที่ไม่ได้มีการรายงานอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ประเทศเมียนมาเองก็ยังไม่มีกฎหมายจัดการกับความรุนแรงภายในครอบครัวเป็นการเฉพาะ

นั่นทำให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงภายในครอบครัวอย่าง นู นู อาย หญิงสาววัยเพียง 22 ปี และลูกสาววัยเพียงขวบเศษ ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความหวาดผวาต่อไปจากการถูกหัวหน้าครอบครัวกระทำทารุณ โดยไร้กฎหมายเข้ามาคุ้มครองปกป้อง

นู นู อาย บอกเล่าเหตุผลที่เธอถูกสามีทุบตีทำร้ายว่าเป็นเพราะเธอไม่ยอมหลับนอนด้วย ซึ่งการกระทำทารุณเธอของสามีเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นพยายามรัดคอเธอขณะนอนหลับ แต่ฝ่ายสามีของนู นู อาย ยืนกรานบอกกับผู้อาวุโสในหมู่บ้านที่ยื่นมือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยว่า นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งเป็นข้ออ้างของผู้ชายส่วนใหญ่ที่กระทำรุนแรงกับสมาชิกภายในครอบครัวเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากความผิด ทั้งๆที่ในกรณีของสามีของนู นู อาย เข้าข่ายพยายามฆ่าได้แล้วก็ตาม

หญิงชาวเมียนมาโชว์บาดแผลบนศีรษะที่เกิดจากน้ำมือของผู้เป็นสามี (รอยเตอร์)

ประเด็นปัญหานี้เป็นสิ่งที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวหวังว่ารัฐบาลเมียนมาภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลเมียนมาในทางพฤตินัย และเป็นสตรีทรงอำนาจสูงสุดในประเทศ จะผลักดันให้ร่างกฎหมายป้องกันและคุ้มครองความรุนแรงต่อผู้หญิงฉบับแรกของเมียนมาให้คลอดออกมามีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้เสียที โดยที่กฎหมายฉบับนี้จะต้องครอบคลุมถึงการให้ความคุ้มครองผู้หญิงให้พ้นจากความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงความรุนแรงในครอบครัวด้วย

แต่ดูเหมือนว่าความหวังนี้จะยังอยู่ห่างไกล เพราะนับจากมีการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 2013 แต่จนถึงปี 2019 แล้วก็ยังไม่วี่แววว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ได้ โดยยังคงอยู่ในขั้นตอนของการร่าง การดีเบตและพิจารณาทบทวนในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นที่ว่าควรจะกำหนดให้การข่มขืนกระทำชำเราคู่สมรสเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่

Advertisement

โดยประมวลกฎหมายอาญาที่เมียนมาใช้อยู่ ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงในยุคที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ยังคงมีคลุมเครือและแทบจะไม่ถูกนำมาใช้ในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงภายในครอบครัว อีกทั้งยังให้นิยามคำว่า “ข่มขืน” ไว้แคบมากและยังไม่ครอบคลุมถึงการข่มขืนโดยคู่ครองเอาไว้ด้วย

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก นอ ฮตู ฮตู ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการของกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง ระบุว่า ไม่กี่ปีมานี้เหตุความรุนแรงภายในครอบครัว 27 กรณีที่มีการแจ้งตำรวจในรัฐกะเหรี่ยง แต่มีเพียงแค่กรณีเดียวเท่านั้นที่เรื่องไปถึงชั้นศาล ส่วนกรณีอื่นๆ จบลงที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ส่วนการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างโทษปรับก็มีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย

ตอนนี้ผู้หญิงเมียนมาและกลุ่มนักเคลื่อนไหวคงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปยาวๆ ที่ผู้หญิงจะได้รับการปกป้องคุ้มครองที่ดีขึ้น เพราะความคืบหน้าล่าสุดที่มีรายงานมาระบุว่าแม้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้รับไฟเขียวจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่รัฐสภาเมียนมาจะเปิดอภิปรายเพื่อผ่านความเห็นชอบในร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่แต่อย่างใด