หลังจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ หรือจี7 มีมติมอบเงินช่วยเหลือภารกิจดับไฟป่าแอมะซอนให้กับประเทศบราซิล เป็นเงินมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ทางการบราซิลได้ออกมาปฏิเสธเงินช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว พร้อมกับกล่าวโจมตี โดยระบุให้นายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชาติเจ้าภาพจัดประชุมจี7 ให้กลับไป “ดูแลบ้านตัวเองและอาณานิคมของตัวเอง”
เว็บไซต์จี1 เว็บไซต์ข่าวรายงานอ้างความเห็นของนายโอนิกซ์ โลเรนโซนี หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล ระบุว่า “เรายินดีกับข้อเสนอ แต่บางทีทรัพยากรดังกล่าวอาจสำคัญกับป่าในยุโรปมากกว่า”
“มาครงไม่มีความสามารถแม้แต่หลีกเลี่ยงไฟไหม้ที่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ที่โบสถ์ซึ่งเป็นมรดกโลก แล้วเขาต้องการจะสอนอะไรประเทศเรา?” โลเรนโซนีระบุ โดยอ้างถึงเหตุไฟไหม้มหาวิหารนอเทรอดาม ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้านทำเนียบประธานาธิบดียืนยันความเห็นดังกล่าว
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้นายริคาร์โด แซลเลส รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ระบุว่ายินดีรับเงินช่วยเหลือจี7 เพื่อต่อสู้กับไฟป่าแอมะซอนที่ลุกลามกินพื้นที่แล้วถึง 9,500 ตารางกิโลเมตร ก่อนจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่ อย่างไรก็ตามหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีโบลโซนาโร รัฐบาลบราซิลกลับเปลี่ยนใจ โดยโลเรนโซนีระบุว่า บราซิลเป็นประเทศประชาธิปไตย เสรี ที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครและไม่เคยมีพฤติกรรมจักรวรรดินิยม ที่บางทีอาจเป็นเป้าหมายของนายมาครง
ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างฝรั่งเศสและบราซิล ตึงเครียดมากขึ้นหลังจากมาครงทวีตข้อความระบุว่า ไฟป่าในลุ่มน้ำแอมะซอนนั้นเป็นวิกฤตระดับนานาชาติ และควรเป็นหัวข้อหารือเรื่องแรกในที่ประชุมสุดยอดจี7
ขณะที่ประธานาธิบดีบราซิลตอบโต้ทวีตดังกล่าวระบุว่า มาครงเป็นพวก “จิตฝักใฝ่จักรวรรดินิยม”

