หน้าแรก ต่างประเทศ ราคาน้ำมันดิบ...

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 2.4% คาดสต๊อกน้ำมันจะลดลง

28.08.19 | 09:31 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันอังคารท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจร่วงลง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย และจากความไม่แน่นอนในการทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 2.4% มาปิดตลาดที่ 54.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนทะยานขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.4% สู่ 59.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หลังจากตลาด NYMEX ปิดทำการในวันอังคาร การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ซึ่งเป็นหน่วยงานของเอกชน ได้เปิดเผยตัวเลขสต๊อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ส.ค. โดยระบุว่า สต๊อกน้ำมันดิบดิ่งลง 11.1 ล้านบาร์เรล สู่ 428.8 ล้านบาร์เรล ทางด้านโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สต๊อกน้ำมันดิบอาจลดลง 2 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวันตามตลาดหุ้นสหรัฐ ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงตามหุ้นกลุ่มการเงิน และได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลกับสงครามการค้า หลังจากกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุในวันอังคารว่า ทางกระทรวงไม่ได้รับรายงานว่ามีการโทรศัพท์หารือกันเรื่องการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และทางกระทรวงคาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะสามารถยุติการกระทำผิดของตนเอง และสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการเจรจา

กระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุในสัปดาห์ที่แล้วว่า ทางกระทรวงจะเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 5% หรือ 10% จากสินค้าสหรัฐ 5,078 รายการ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ, สินค้าเกษตร และเครื่องบินเล็ก ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทซิโนเปกของจีนพยายามจะขอให้ตนเองได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีนำเข้าน้ำมันสหรัฐในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

Advertisement