สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิด 3 ราย ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้รับคำร้องจากบริษัทอเมริกันเพื่อขออนุญาตขายสินค้าให้กับบริษัทหัวเว่ยของจีนแล้วมากถึง 130 คำร้อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลสหรัฐยังไม่ออกใบอนุญาตขายสินค้าให้กับบริษัทใด สร้างความห่วงกังวลถึงความสูญเสียมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทอย่างอินเทล ควอลคอมม์ รวมถึงไมครอนเทคโนโลยี ที่หัวเว่ยจ่ายเงินซื้อสินค้าคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ทรัมป์มีท่าทีที่คาดเดาได้ยากในกรณีสงครามการค้ากับจีน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนทรัมป์ประกาศขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอบโต้จีน ก่อนที่ในการประชุมผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ หรือ จี7 ที่ผ่านมาทรัมป์จะมีท่าทีอ่อนลงโดยระบุว่าสหรัฐและจีนควรกลับมาเจรจากันอีกครั้ง
รายงานระบุว่า ทรัมป์ ระบุกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเมื่อเดือนมิถุนายนว่า สหรัฐจะเปิดทางให้บริษัทสหรัฐขายสินค้าในกับหัวเว่ยในบางกรณี ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าคำร้องดังกล่าวไม่ได้ล่าช้าแต่เป็นผลมาจากความซับซ้อนของกระบวนการพิจารณาในส่วนราชการ
ทั้งนี้ทีมตัวแทนเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนมีกำหนดพบปะหารือกันครั้งต่อไปที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายนนี้

