การเมืองอังกฤษตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหม่ หลังนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนที่จะระงับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจต่อการตัดสินใจดังกล่าวที่ถูกสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านระบุว่าไม่ต่างจากการปฏิวัติยึดอำนาจ
คำประกาศดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้ฝ่ายค้านไม่พอใจแต่ยังทำให้ประชาชนหลายร้อยคนออกมาร่วมแสดงพลังประท้วงในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่มีผู้มาร่วมลงชื่อถวายฎีกาเพื่อคัดค้านการดำเนินการของนายบอริสในเรื่องนี้ทะลุล้านคนแล้ว
ก่อนหน้านี้สมเด็จพระราชินีอังกฤษได้อนุมัติตามคำขอของนายบอริส ให้มีการระงับการประชุมรัฐสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ในระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนถึงเส้นตายการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือเบร็กซิท
การเปิดประชุมรัฐสภาครั้งใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งฝ่ายคัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะทำให้สมาชิกรัฐสภามีเวลาเหลือน้อยมากที่จะยุติการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแบบปราศจากข้อตกลง หรือโน-ดีลเบร็กซิท ซึ่งจะถึงเส้นตายในสิ้นเดือนตุลาคม
นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานชี้ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำลายและฉกฉวยประชาธิปไตยของอังกฤษ ภายใต้ความพยายามที่จะบีบบังคับให้เกิดโน-ดีลเบร็กซิทด้วยการไม่เหลือเวลาให้มากพอสำหรับการผ่านร่างกฎหมายใดๆ ของรัฐสภา พร้อมกับประกาศว่าจะพยายามหาทางยุติการระงับการทำงานของรัฐสภาดังกล่าว
นักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินการครั้งนี้ยังเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะทำให้บอริสต้องเจอกับการลงมติไม่ไว้วางใจภายในรัฐบาล รวมถึงเกิดความเสี่ยงที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในอังกฤษอีกครั้ง ทั้งยังเป็นการลากสมเด็จพระราชินีอังกฤษซึ่งต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งสำคัญอีกด้วย

