สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความเชื่อมั่นทั้งในแวดวงธุรกิจและของผู้บริโภคในอังกฤษ ทรุดลงอย่างหนักหลังสถานการณ์เบร็กซิทหรือการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ก่อให้เกิดปัญหาการเมืองระดับวิกฤตรัฐธรรมนูญครั้งรุนแรงที่สุดขึ้นในขณะนี้ สะท้อนชัดเจนจากตัวเลขของผลสำรวจความเชื่อมั่นในแวดวงธุรกิจของ ลอยดส์ แบงก์ และการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนสิงหาคมของจีเอฟเคซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมนี้
ลอยดส์ แบงก์ บิสสิเนส บาโรมิเตอร์ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นในวงการธุรกิจของอังกฤษประจำเดือนสิงหาคม ลดลงเหลือเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับระดับ 3 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีของดัชนีความเชื่อมั่นนี้นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อังกฤษกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลกรุนแรงที่สุด ในขณะเดียวกันผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของบริษัทวิจัยการตลาด จีเอฟเค พบว่าระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศลดลงสู่ระดับ -14 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี นับตั้งแต่กลางปี 2556 เรื่อยมาโดยระบุว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มองไม่เห็นความหวังที่เศรษฐกิจจะพลิกตัวดีขึ้น
ทั้งนี้โดยรวมแล้วดัชนีชี้วัดทั้งสองอย่างแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของอังกฤษมีแนวโน้มที่จะต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อฟื้นตัวขึ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานี้ หลังจากที่อัตราการขยายตัวเป็นลบเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หากไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจของอังกฤษก็จะตกสู่สภาวะถดถอย เพราะมีอัตราการขยายตัวเป็นลบติดต่อกัน 2 ไตรมาสนั่นเอง

