สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เหตุประท้วงในฮ่องกงทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ประท้วงได้ใช้ระเบิดขวดปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ประท้วง และนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงมาใช้อีกครั้ง ก่อนที่จะผู้ประท้วงจะแห่ลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน และตำรวจเข้าไปไล่จับกุมตัวเอาไว้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่าตำรวจจะได้ห้ามการชุมนุมประท้วง แต่ผู้ชุมนุมนับหมื่นคนก็ยังขัดขืนคำสั่งดังกล่าวออกมาชุมนุมกันตามถนนสายหลัก เป็นสุดสัปดาห์ที่ 13 ของการชุมนุมประท้วงล่าสุด
ข่าวระบุว่า การประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้นตลอดช่วงคืนวันที่ 31 สิงหาคม จนล่วงเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน โดยตำรวจได้ไล่ตามผู้ประท้วงที่ลงไปในสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีภาพปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ แสดงให้เห็นความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้น ขณะที่ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยฉีดเข้าใส่ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งที่นอนกองอยู่บนพื้น และมีการจับกุมตัวผู้ประท้วงที่สถานีรถไฟใต้ดินจำนวนมาก
ส่วนตามท้องถนน มีรายงานผู้ชุมนุมใกล้กับสำนักงานตำรวจฮ่องกง และมีการจุดไฟทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก ขณะที่ตำรวจได้ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุม ด้านตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอย่างน้อย 2 นัด หลงจากถูกกลุ่มผู้ประท้วงทำร้ายและพยายามเข้าไปแย่งปืนของตำรวจ
ทั้งนี้ วันที่ 31 สิงหาคม เป็นวันครบรอบ 5 ปีของการที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธการปฏิรูปการเมืองในฮ่องกง จนเกิดการปฏิวัติร่มขึ้นเป็นเวลา 79 วัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ย.) ผู้ประท้วงจะนัดรวมตัวกันอีกครั้งที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง
Hong Kong commuters were caught up in police violence after riot police moved into a subway car to detain suspected protesters. Read the latest on the protests: https://t.co/wk8kAnmdfE pic.twitter.com/qsV0EMi9aX
— Reuters Top News (@Reuters) September 1, 2019

