นายมาร์ค แอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ชาติในยุโรปควรจะพิจารณาหาเงินสนับสนุนโครงการภายในประเทศของตนเอง หลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ผันงบประมาณจำนวนมากไปใช้ในการสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐ-เม็กซิโก
ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศว่าจะดึงงบประมาณที่เคยให้การสนับสนุนโครงการด้านความมั่นคงทั้งในต่างประเทศและภายในประเทศ 127 โครงการ ซึ่งรวมถึงการให้เงินสนับสนุนโรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กสำหรับครอบครัวของทหาร คิดเป็นมูลค่ารวม 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างกำแพงกั้นตลอดแนวชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
“สารของผมนั้นชัดเจนว่านับตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีกลาโหมจนถึงปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการแบ่งเบาภาระ ดังนั้นหากคุณห่วงกังวลจริงๆ คุณควรจะต้องหาเงินมาสนับสนุนโครงการเหล่านั้นให้กับเรา เพราะในหลายโครงการมันเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเหล่านั้นเอง”แอสเปอร์ระบุ
สำหรับโครงการที่ได้รับผลกระทบจากการผันงบประมาณดังกล่าวในยุโรป ประกอบด้วย การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการปฏิบัติการของท่าเรือมูลค่า 21.6 ล้านดอลลาร์ในสเปน และการสร้างคลังแสงมูลค่า 59 ล้านดอลลาร์ในสโลวาเกีย เป็นต้น ทั้งนี้รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐมีกำหนดจะพบกับรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษและฝรั่งเศสในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ด้วย
การผันงบจากโครงการต่างๆ ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสมาชิกรัฐสภาสหรัฐ ซึ่งระบุว่าการดำเนินการเช่นนั้นเป็นการทำให้ความมั่นคงของชาติตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งยังเป็นการหลบหลีกไม่ให้รัฐสภามีส่วนในการพิจารณาอนุมัติประมาณด้วยการอ้างว่าประธานาธิบดีสามารถอนุมัติเรื่องดังกล่าวได้เลย เพราะเป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ

