คอลัมน์ People In Focus:ดีชอน่า บาร์เบอร์ เจ้าหน้าที่ทหารสู่มิสยูเอสเอ

9.06.16 | 18:00 น.

ดีชอน่า บาร์เบอร์ สาววัย 26 ปี จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา สามารถคว้ามงกุฎมิสยูเอสเอเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงเชียร์และคราบน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ

ชัยชนะของดีชอน่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี และครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สาวงามจากเมืองหลวงสหรัฐอเมริกา สามารถคว้าตำแหน่งมิสยูเอสเอ เป็นตัวแทนประเทศไปประกวดมิสยูนิเวิร์สที่จะจัดขึ้นในปีนี้ได้ และยังนับเป็น “ทหาร” จากกองทัพสหรัฐอเมริกาคนแรกที่คว้ามงกุฎอันทรงเกียรตินี้

ดีชอน่าเกิดในครอบครัวทหาร คุณพ่อเป็นทหารยศจ่าสิบเอกเกษียณอายุราชการที่เคยร่วมรบในสงครามอิรัก เมื่อปี 2544 แม่และพี่น้องก็ทำงานสวมเครื่องแบบทหารในกองทัพ

“มันเหมือนกับเป็นธรรมเนียมของครอบครัว” ดีชอน่ากล่าวในการสัมภาษณ์รอบคัดเลือก และว่า ความรักชาติและการรับใช้ประเทศชาติมันเป็นอะไรที่อยู่ในสายเลือดของเธอ

หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ปี 2554 ตามด้วยปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ คณะสารสนเทศเพื่อการบริหารและบริการ ในปี2558 ดีชอน่าได้เข้าทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงพาณิชย์ และใช้เวลา 2 วันในแต่ละเดือนเข้าประจำการในฐานะเจ้าหน้าที่กำลังสำรองฝ่ายพลาธิการ และผู้บัญชาการด้านการขนส่ง ในหน่วยพลาธิการพิเศษที่ 988 ในเมืองฟอร์ตมี้ด รัฐแมรีแลนด์ ก่อนที่จะได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 52 สาวงามในการประกวดสาวงามระดับชาติของสหรัฐอเมริกา

Advertisement

ในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดีชอน่าผ่านรอบต่างๆ เข้ามาได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะการตอบคำถามที่นับได้ว่าเป็นรอบที่ยากที่สุดของการประกวด

ท่ามกลางผู้ชม 18,000 คน ในศูนย์ประชุมทีโมบายอารีน่า กับคำถามจากหนึ่งในกรรมการที่ถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปิดโอกาสของกองทัพให้ผู้หญิงสามารถเข้ามาทำงานในตำแหน่งต่างๆ ของกองทัพได้ ดีชอน่าไม่ลังเลที่จะตอบอย่างมั่นใจ

“ในฐานะผู้หญิงในกองทัพสหรัฐอเมริกา ฉันคิดว่ามันเป็นอาชีพที่น่าตื่นเต้น เป็นอาชีพที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกหน่วยงานของกองทัพได้” ดีชอน่าระบุท่ามกลางสายตาคนทั้งประเทศผ่านการถ่ายทอดสด

“ผู้หญิงเรานั้นแข็งแกร่งเหมือนกับผู้ชาย ในฐานะผู้บัญชาการหน่วย ฉันเต็มไปด้วยพลัง ฉันทุ่มเท และมันเป็นสิ่งสำคัญที่เราได้รู้ว่าเพศไม่ได้จำกัดเราจากการเข้าร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกา” ดีชอน่ากล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์

หลังจากนี้อีก 1 ปี ดีชอน่าต้องทำหน้าที่ในฐานะมิสยูเอสเอทั้งเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส พร้อมกับแผนในการโปรโมตให้เห็นถึงความสำคัญของโรคพีทีเอสดี หรือโรคทางจิตเวช ที่เกิดขึ้นหลังจากประสบเหตุการณ์ที่น่ากลัวและร้ายแรงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด รวมถึงการป้องกันการฆ่าตัวตายในหมู่เจ้าหน้าที่ทหารด้วย