หน้าแรก ต่างประเทศ เยน-ดอลลาร์ขย...

เยน-ดอลลาร์ขยับขึ้น จับตากระบวนการถอดถอน “ทรัมป์”

25.09.19 | 09:36 น.
REUTERS/Jason Lee/Illustration/File Photo

เมื่อวันที่ 25 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ดอลลาร์ขยับขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ที่ตลาดเอเชีย ถึงแม้ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเตรียมที่จะเปิดกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐออกจากตำแหน่ง และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐก็ทำให้นักลงทุนกังวลกับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

โดยดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.18% สู่ 107.24 เยนในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากเพิ่งดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 106.96 เยนเมื่อวานนี้ ส่วนยูโรร่วงลง 0.15% สู่ 1.1002 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ ทางด้านดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับขึ้น 0.16% สู่ 98.496 ในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ ดอลลาร์/ฟรังก์สวิสปรับขึ้น 0.12% สู่ 0.9865 ฟรังก์สวิสในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ที่ 0.9845 ฟรังก์สวิสเมื่อวานนี้ โดยฟรังก์สวิสได้รับแรงหนุนเมื่อวานนี้ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย

ทั้งนี้ หลังจากมีข่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์พยายามจะขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในการทำลายชื่อเสียงของนายโจ ไบเดน ซึ่งเป็นผู้ที่อาจได้รับเลือกจากพรรคเดโมแครตให้เป็นผู้แข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐก็ประกาศว่า สภาผู้แทนราษฎรจะเริ่มต้นการสอบสวนอย่างเป็นทางการในประเด็นที่ว่า ควรจะมีการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์หรือไม่ โดยเพโลซีกล่าวว่าทรัมป์ดูเหมือนจะบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ และฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญสหรัฐ

ด้านทรัมป์ กล่าวในวันเดียวกันว่า รัฐบาลของเขาจะเปิดเผยบันทึกข้อความอย่างสมบูรณ์ของการโทรศัพท์หารือระหว่างเขากับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน หลังจากมีข่าวว่า ปธน.ทรัมป์ระงับการให้ความช่วยเหลือขนาดเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ของสหรัฐที่จะให้แก่ยูเครน เพื่อจะได้กดดันปธน.เซเลนสกีให้เริ่มต้นการสอบสวนนายไบเดน

ขณะที่ดอลลาร์ได้รับแรงกดดัน หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงในเดือนก.ย.ในอัตราที่รุนแรงที่สุดในรอบ 9 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ทั้งนี้ สำนักงาน Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ 125.1 ในเดือนก.ย. จาก 134.2 ในเดือนส.ค.

Advertisement