ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ
ไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ รวมถึงรับหน้าที่ผู้ประสานงานของอาเซียนในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก(เอสแคป) และสำนักเลขาธิการอาเซียน จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “Regional Dimension in Achieving SDGs : From Lesson Learned to Practical Action in the ASEAN Regional and Beyond” เพื่อส่งเสริมบทบาทของอาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการแสดงเจตนารมย์ร่วมกันของอาเซียนในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งภายในอาเซียนและกับภาคีภายนอกอาเซียน
นายดอนได้กล่าวเปิดงานเสวนาว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันและทุ่มเทความพยายามเพื่อเปลี่ยนแปลงพันธกรณีต่อเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ(เอสดีจีส์)ที่ได้มีการรับรองไปเมื่อปี 2015 ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเกิดผลสำเร็จ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ประเทศไทยได้ประกาศแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของทุกสรรพสิ่งในทุกมิติ ทั้งภายในอาเซียนและในประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสำหรับไทยการพัฒนาเที่ยงยืนและเสถียรภาพความมั่นคงเป็นดั่งสองด้านของเหรียญ

นายดอนกล่าวว่า อาเซียนยึดมั่นในการสร้างประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและมุ่งไปสู่อนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นแนวคิดที่ได้รับการสะท้อนให้เห็นในประเด็นต่างๆ ของการพัฒนาที่ยั่งยืน เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริม “เสียงของอาเซียน” ผ่านการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในเรื่องเอสดีจีส์ การประชุมในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของอาเซียนที่จะสนับสนุนความพยายามระดับโลกในเรื่องเอสดีจีส์ และการส่งเสริมความยั่งยืนทุกมิติในเวทีสากล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อว่า เหตุที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีความสำคัญต่ออาเซียน เพราะเราเดินมาบนหนทางของการพัฒนาอย่างยาวไกล ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาฝังรากลึกในอาเซียนก่อนหน้าที่จะมีการรับรองเอสดีจีส์ เราได้นำการพัฒนาที่ยั่งยืนมาเป็นเป้าหมายหลักในการเสริมสร้างประชาคมอาเซียน และมี “ข้อริเริ่มความเกื้อกูลระหว่างวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนและวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ” (Complementarities Initiative) ซึ่งเป็นการต่อยอดความพยายามของไทยในการส่งเสริมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จะมีส่วนช่วยให้บรรลุเอสดีจีส์ ที่เรียกว่า SEP for SDGs ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างและเร่งกระบวนการให้บรรลุเอสซีจีส์ในชาติสมาชิกอาเซียน รวมถึงในภูมิภาคทั้งหมดผ่านความพยายามทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค

“แม้ที่ผ่านมาการดำเนินการของอาเซียนมีแนวโน้มที่ดีในหลายประการ แต่อาเซียนก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับความก้าวหน้าในการบรรลุเอสดีจีส์ ดังนั้นเพื่อปกป้องการพัฒนาที่มีความคืบหน้าซึ่งกินเวลายาวนานหลายทศวรรษ อาเซียนจะต้องเดินหน้าเพื่อให้บรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นด้วย”นายดอนกล่าว
นายดอนกล่าวอีกว่า ปัจจัยหลัก 3 ประการที่ควรคำนึงถึง คือการเร่งกระบวนการในภูมิภาคเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริงต่อเอสดีจีส์ ประการต่อมาคือการสร้างหลักประกันว่าประชาชนในอาเซียนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค และประการสุดท้ายคือการกระชับความเป็นหุ้นส่วนเพื่อเอสดีจีส์ทั้งภายในอาเซียนและกับภายนอกภูมิภาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่าตนมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายทะเยอทะยานซึ่งดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม ตราบใดที่เราทุกคนยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกัน และสำหรับอาเซียน เรายืนยันในพันธกรณีที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในการเสริมสร้างโลกที่มีความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป


