เมื่อวันที่ 26 กันยายน ตามเวลาในสหรัฐ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ สมัยที่ 74 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้หารือกับชีค ซาบาห์ อัล-คาห์เลด อัล-ฮาห์เมด อัล-ซาบาห์ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีต่างประเทศคูเวต ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่า 56 ปี โดยทั้งสองฝ่ายเห็นช่องทางในการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น คูเวตสนใจที่จะร่วมมือกับไทยในด้านเกษตรกรรมและการประมง เนื่องจากเห็นประเทศไทยมีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการประมงอย่างยั่งยืนแบบเป็นรูปธรรมจึงอยากเรียนรู้จากไทยให้มากขึ้น
น.ส.บุษฎีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะให้มีการลงนามเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม(เจซี)ไทย-คูเวต ซึ่งเป็นเวทีการหารือในระดับรัฐมนตรีให้ได้ภายในปีนี้หรืออย่างช้าไม่เกินปีหน้า เพื่อใช้เป็นกลไกในการติดตามความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ อาทิ การค้าการลงทุน สังคม วัฒนธรรม รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
“ฝ่ายคูเวตแจ้งว่าต้องการแรงงานไทยให้เข้าไปทำงานในคูเวตมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีแรงงานไทยอยู่ราว 3,000 คน เน้นที่แรงงานมีทักษะ ซึ่งหลังตั้งเจซีขึ้นก็จะนำเรื่องนี้ไปพูดคุย รวมถึงนำข้อเสนอต่างๆ ที่ได้มีการหารือกันไปติดตามและผลักดันให้เป็นรูปธรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”น.ส.บุษฎีกล่าว และว่านายดอนยังได้เชิญรองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศคูเวตเยือนไทยเพื่อจะได้ติดตามประเด็นที่มีความสนใจร่วมกันด้วย

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อว่า ไทยและคูเวตยังเป็นสมาชิกของกรอบความร่วมมือเอเชีย(เอซีดี) โดยรัฐมนตรีต่างประเทศคูเวตชื่นชมบทบาทของไทยที่ทำให้เกิดกรอบความร่วมมือดังกล่าวขึ้นและผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในความร่วมมือมิติต่างๆ โดยจะมีการหารือระดับรัฐมนตรีเอซีดีในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นายพรชัย ด่านวิวัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย เพิ่งรับหน้าที่เลขาธิการเอซีดีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ ที่มีความสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของไทยในกรอบความร่วมมือเอซีดีต่อไป
น.ส.บุษฎีกล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ในภูมิภาครวมถึงการเป็นประธานอาเซียนของไทยและสถานการณ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา ซึ่งนายดอนได้เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่อาเซียนได้ร่วมกันผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ฝ่ายคูเวตรับทราบว่าอาเซียนมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาในรัฐยะไข่ นอกจากนี้ยังพูดคุยถึงเหตุการณ์ในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งฝ่ายไทยได้แสดงความคาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

