เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันอังคาร ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐทำให้นักลงทุนกังวลกับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากรายงานที่ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงในไตรมาส 3 ในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนพ.ย.ร่วงลง 45 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 53.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนปรับลง 36 เซนต์ สู่ 58.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หลังจากตลาด NYMEX ปิดทำการในวันอังคาร การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ซึ่งเป็นหน่วยงานของเอกชน ได้เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. โดยระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลง 5.92 ล้านบาร์เรล สู่ 417.94 ล้านบาร์เรล ถึงแม้โพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ รายงานของ API ช่วยให้ราคาน้ำมันดิบลดช่วงติดลบกลับขึ้นมาได้บ้าง
สถาบันจัดการอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานของสหรัฐดิ่งลงจาก 49.1 ในเดือนส.ค. สู่ 47.8 ในเดือนก.ย. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2009 หรือจุดต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 50.1 โดยดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการหดตัว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของรัสเซียดิ่งลงสู่ 11.24 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงวันที่ 1-29 ก.ย. จาก 11.29 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงผลิตน้ำมันสูงกว่าโควต้าที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างรัสเซียกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ทางด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานในวันจันทร์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐดิ่งลง 276,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ 11.81 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกปรับลดลง โดยปริมาณการผลิตของสหรัฐเคยพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 12.12 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเม.ย. ทั้งนี้ ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 8 ปีในเดือนก.ย.

