สื่อท้องถิ่นรายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมว่า ในช่วงเช้าวันนี้รัฐบาลฮ่องกงจะหารือว่าจะบังคับใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินที่จะผลห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงสวมหน้ากากป้องกันปิดบังใบหน้าทุกชนิดในการเคลื่อนไหวชุมนุม กระแสความเคลื่อนไหวนี้ที่มีออกมาสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ประท้วงอย่างยิ่งโดยชี้ว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคแห่งนี้กลายเป็นลัทธิอำนาจนิยม
เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นางแคร์รี หล่ำ ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจะหารือกับคณะรัฐมนตรีในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะบังคับใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินที่จะห้ามผู้ประท้วงสวมใส่สิ่งปิดบังใบหน้าทุกชนิดหรือไม่ ซึ่งหากที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ จะมีการประกาศมาตรการดังกล่าวในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้และจะมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่เที่ยงคืนนี้เป็นต้นไป
โดยขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลชี้ว่าอำนาจฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดการรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงหัวรุนแรงที่ใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหว แต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยวิจารณ์ว่าการตัดตอนให้อำนาจแก่นางหล่ำในการออกกฎหมายใดๆจะกระทบต่อชื่อเสียงของฮ่องกงในหลักนิติธรรมและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม
มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยชาวฮ่องกงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ถึงขั้นมีการใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วงจนได้รับบาดเจ็บ ในวันเดียวกับที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ยังประกาศเชิดชูดหลักการ “1 ประเทศ 2 ระบบ” นโยบายที่จีนบริหารปกครองประเทศและดินแดนในอาณัติอย่างแน่วแน่ต่อไป

