สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า การเจรจาระหว่างตัวแทนระดับสูงของเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีขึ้นที่กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างประเมินผลการเจรจาที่แตกต่างกันออกไป โดยฝ่ายเกาหลีเหนือระบุว่าการเจรจาล้มเหลว ส่วนสหรัฐบอกว่า เป็นการหารือที่ดี
ทั้งนี้ การหารือกันที่สวีเดน มีขึ้นหลังจากความอึมครึมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ หลังความล้มเหลวในการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยหลังการหารือเสร็จสิ้น ที่กรุงสต็อกโฮล์ม นายคิม มยอง กิล หัวหน้าทีมเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของฝ่ายเกาหลีเหนือ เปิดเผยกับนักข่าวว่า การเจรจาไม่ได้เติมเต็มตามที่เกาหลีเหนือคาดไว้ และที่สุดแล้วก็ล้มเหลวโดยไม่มีผลใดๆ ออกมา เพราะความจริงคือสหรัฐจะไม่ยอมยกเลิกความคิดเก่าๆ ของตัวเอง
นายคิมกล่าวว่า สหรัฐมีความคาดหวังมากขึ้นและยังมีข้อเสนออื่นๆ เหมือนจะมีความยืดหยุ่น เป็นวิธีการใหม่และสร้างแนวทางแก้ปัญหาขึ้นมา แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำให้เกาหลีเหนือรู้สึกผิดหวัง และทำให้ความกระตือรือร้นของเกาหลีเหนือต่อการเจรจาหมดลง ด้วยการไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจา และว่า เกาหลีเหนือยืนอยู่บนทางแยกของการเจรจาหรือการเผชิญหน้า
ข่าวระบุว่า นายสตีเฟน บีกัน เป็นผู้แทนพิเศษของทรัมป์ในการเจรจาครั้งนี้
ขณะที่นางมอร์แกน ออร์ตากุส โฆษกหญิงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ ระบุว่า สหรัฐมีการเจรจาที่ดีกับเกาหลีเหนือในการพบกันที่ประเทศสวีเดน และว่า การแสดงความเห็นของฝ่ายตัวแทนของเกาหลีเหนือนั้น ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงเนื้อหาหรือจิตวิญญาณที่แท้จริงของการเจรจาที่กินระยะเวลานานถึง 8 ชั่วโมงครึ่งในครั้งนี้ และว่า สหรัฐได้นำเสนอความริเริ่มใหม่ๆ ที่จะเป็นการเปิดทางให้มีความคืบหน้าจากการเจรจาระหว่างสองผู้นำที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์และคิมได้ตอบรับในข้อตกลงลดนิวเคลียร์ทั้งหมดบนคาบสมุทรเกาหลี แต่กลับมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นางออร์ตากุสกล่าวด้วยว่า สหรัฐยอมรับคำเชิญของสวีเดนในฐานะเจ้าบ้าน ในการเปิดการเจรจาอีกครั้งใน 2 สัปดาห์

