น้ำมันดิบดิ่งลง ขณะที่ตลาดกังวลกับเศรษฐกิจโลก

REUTERS/Maxim Shemetov

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันอังคาร ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกต่อไป และกังวลว่าสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐอาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลลบต่อราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากคาดการณ์ที่ว่า อังกฤษกับสหภาพยุโรป (อียู) อาจจะบรรลุข้อตกลงเรื่อง Brexit และจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ส่งสัญญาณว่า กลุ่มโอเปกอาจจะดำเนินมาตรการจำกัดการผลิตน้ำมันต่อไป

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนพ.ย.ดิ่งลง 78 เซนต์ หรือ 1.5% มาปิดตลาดที่ 52.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนรูดลง 61 เซนต์ หรือ 1.0% สู่ 58.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิ่งลงในช่วงเช้า โดยได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ราคาที่ประตูโรงงานของจีนดิ่งลงในเดือนก.ย.ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และจากรายงานของศุลกากรจีนที่ระบุว่า ยอดนำเข้าของจีนหดตัวลง 5 เดือนติดต่อกัน ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศเตือนว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเติบโตในปี 2019 ในอัตราที่เชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินปี 2008-2009 แต่ผลผลิตอาจจะดีดขึ้น ถ้าหากมีการยกเลิกภาษีศุลกากร ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจโลกอาจเติบโต 3.0% ในปี 2019 โดยปรับลดลงจากระดับ 3.2% ที่เคยคาดไว้ในเดือนก.ค.

โพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐอาจปรับขึ้นในสัปดาห์ล่าสุดเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน โดยอาจปรับขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 ต.ค. ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ โดยล่าช้ากว่าปกติ 1 วัน เนื่องจากวันจันทร์ที่ 14 ต.ค.เป็นวันหยุดของรัฐบาลสหรัฐ

นายโมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มโอเปกกกล่าวว่า กลุ่มโอเปกกับชาติพันธมิตร “จะทำทุกอย่างที่อยู่ภายในอำนาจของตนเอง” ในการรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันต่อไปหลังปี 2020

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon