อังกฤษ-อียู ได้ร่างความตกลงเบร็กซิทใหม่ ไม่มี “แบ็คสต็อป” หวั่นไม่ผ่านสภาผู้ดีอีก
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษและนาย ฌ็อง-โคล้ด ยุงเคอร์ ประธานกรรมาธิการยุโรป แถลงถึงความสำเร็จในการเจรจาทำความตกลงในร่างกำหนดวิธีนำอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป(อียู) หรือร่างเบร็กซิทฉบับใหม่ ซึ่งบรรลุผลก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศอียู ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมหลังการเจรจาต่อรองกันเคร่งเครียด
นายยุงเคอร์ เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ โดยเพิ่มเติมว่าเป็นความตกลงที่เป็นธรรมและสมดุล ที่สะท้อนถึงการยึดมั่นในการหาทางออกต่อปัญหานี้ ในขณะที่นายจอห์นสัน ทวีตเช่นกันว่า สามารถทำความตกลง “ที่ยิ่งใหญ่” กับทางอียูได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ร่างความตกลงที่จะเป็นตัวกำหนดกระบวนการถอนตัวออกจากอียูอย่างเป็นระเบียบและลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุดดังกล่าวยังจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาสามัญหรือสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ ซึ่งรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ในเวลานี้ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากพรรคสหประชาธิปไตย (ดียูพี) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งแถลงในทันทีว่า ไม่สามารถให้การสนับสนุนร่างของนายจอห์นสันได้ เนื่องจากไม่มีหลักประกันว่าจะไม่ต้องจัดการปิดกั้นแนวชายแดนกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ขึ้นมาใหม่ หรือที่เรียกว่า มาตรการแบ็คสต็อป อยู่ในร่างความตกลงใหม่ดังกล่าว
การประกาศดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายคาดหมายกันว่า ร่างความตกลงใหม่นี้อาจไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาอีกครั้งเช่นเดียวกับร่างของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ก่อนหน้านี้ เนื่องจากภายในพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นพรรครัฐบาลเองก็ขัดแย้งกันอย่างหนักจน นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ประกาศขับส.ส.ของพรรคออกไปอีกถึง 20 คน

