สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เหตุประท้วงในนครบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม มีผู้ออกมาร่วมชุมนุมมากถึงราว 5 แสนคน และสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินและระเบิดไฟใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตอบโต้การที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง ทำให้บาร์เซโลนากลายเป็นสมรภูมิความวุ่นวาย

ข่าวระบุว่า การออกมาชุมนุมมากถึง 5 แสนคน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ถือเป็นการออกมาชุมนุมประท้วงที่มากที่สุดนับตั้งแต่ศาลสูงของสเปนตัดสินว่านักการเมืองและนักเคลื่อนไหว 9 คน ที่ออกมาเรียกร้องให้กาตาลุญญาแยกตัวเป็นอิสระ มีความผิดข้อหาปลุกระดม ต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 13 ปี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ออกมาแสดงความไม่พอใจ ซึ่งเบื้องต้นเป็นการชุมนุมอย่างสันติ ก่อนที่เหตุการณ์ประท้วงจะเริ่มรุนแรงมากขึ้นเมื่อผู้ประท้วงเริ่มบุกเข้าใกล้สำนักงานใหญ่ของตำรวจและจุดไฟเผาจนตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม
ขณะที่บรรดาร้านค้าในบาร์เซโลนาต่างพากันปิดร้านให้บริการเนื่องจากเกรงเรื่องความปลอดภัย ด้านผู้ชุมนุมกล่าวว่า ต้องการใช้บาร์เซโลนาให้เป็นเหมือนกระบอกเสียงของชาวกาตาลุญญา โดยนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม มีผู้ถูกจับกุมตัวไปแล้วทั้งสิ้นราว 128 คน และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะราว 207 นาย


