อาเซียนซัมมิท 35 ต่อยอดนโยบาย “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

บุษฎี สันติพิทักษ์

หมายเหตุ “มติชน” น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการประชุมอาเซียน ซัมมิท ครั้งที่ 35 ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ส่งท้ายปีในการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย

ขณะนี้การเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ของไทยระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายนนี้พร้อมเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านพิธีการ สารัตถะ การอำนวยการ การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์

ขณะนี้ผู้นำประเทศที่ยืนยันว่าจะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียน ซัมมิท นอกจากผู้นำอาเซียนทั้ง 9 ประเทศแล้ว ยังมีผู้นำจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และรัสเซีย ส่วนสหรัฐยังอยู่ระหว่างการรอยืนยัน อย่างไรก็ดีในส่วนของสหรัฐ นายวิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ จะเดินทางมาเข้าร่วมในเวทีอินโด-แปซิฟิก บิสซิเนส ฟอรั่ม ซึ่งเป็นเวทีคู่ขนานที่ไทยและสหรัฐร่วมกันจัดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน

นอกจากผู้นำประเทศต่างๆ แล้ว นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ยังจะเดินทางมาร่วมหารือกับผู้นำอาเซียนในการประชุมครั้งนี้ และยังมีนายกรัฐมนตรีบาห์เรนที่จะเดินทางมาเข้าร่วมลงนามเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(แทค)อีกด้วย

ในภาพรวมจะมีเอกสารที่เป็นผลลัพท์ของการประชุมรวม 46 ฉบับ ซึ่งเอกสารทั้งหมดจะเป็นการต่อยอดแนวคิดหลักของไทยในการเป็นประธานอาเซียนตลอดปีนี้คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” หรือ Advancing Partnership for Sustainability นั่นเอง

สารัตถะของการประชุมที่จะเกิดขึ้นประกอบด้วย 1.เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน 2.ส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซป) 3.การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกรอบความร่วมมือต่างๆ (Connecting the Connectivities) 4.ส่งเสริมให้ประชาคมอาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยดูแลประเด็นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์

ประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 จะสะท้อนผลลัพท์ของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ที่ผู้นำอาเซียนได้หารือกันถึงเรื่องความยั่งยืน และการมองไปถึงอนาคตของคนรุ่นใหม่ โดยมีการสานต่อความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและประเทศนอกภูมิภาค เพื่อยกระดับและสานต่อความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมต่อไป

สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญไม่ได้มีเพียงความต่อเนื่องในการสานต่อประเด็นสำคัญต่างๆ ในการเป็นประธานอาเซียนของไทยในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังสานต่อความร่วมมือที่ประธานอาเซียนก่อนหน้าไทยได้ทำมาด้วย อาทิ อาเซียนสมาร์ทซีตี้ที่สิงคโปร์ได้ริเริ่มไว้ และยังสานต่อสิ่งที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนได้นำไปผลักดันในการประชุมจี 20 ใน 4 ประเด็นหลัก คือความยั่งยืน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การลดความเหลื่อมล้ำ และการจัดการกับปัญหาขยะทะเล

นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปสร้างความเชื่อมโยงในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 74 โดยได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียนใน 2 เวทีสำคัญคือ การประชุมด้านสภาพภูมิอากาศและการประชุมว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงประเด็นที่อาเซียนให้ความสำคัญ ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แสวงหาจุดเชื่อมโยงระหว่างวิสัยทัศน์อาเซียน 2025 กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ(เอสดีจีส์)

จะเห็นได้ว่าแนวคิดหลักทั้งหมดของการเป็นประธานอาเซียนของไทยกับแนวคิดเอสดีจีส์นั้นมีความเชื่อมโยงกัน โดยความเชื่อมโยงที่ว่านั้นยังครอบคลุมตั้งแต่แผนปฏิบัติการในการจัดการขยะทะเลที่จะมีการขับเคลื่อนในกรอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังจะมีความเชื่อมโยงกับแถลงการณ์ของที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน อาเซียน-ญี่ปุ่น และอาเซียนบวกสาม ไปจนถึงแถลงการณ์ของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกอีกด้วย

แม้แต่ในเวทีของคู่สมรสผู้นำ ก็จะมีการจัดการสัมมนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยภริยาของผู้นำที่เข้าร่วมประชุมจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังประสบการณ์จากภาคส่วนต่างๆ ของไทย เพราะการจัดการกับขยะถือเป็นประเด็นสำคัญและยังเป็นประเด็นที่ถือได้ว่าเป็นวาระของโลกอีกด้วย

การหารือดังกล่าวนอกจากจะสะท้อนแนวคิดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแล้ว ผู้นำอาเซียนยังจะส่งเสริมการคุ้มครองดูแลเด็ก เพราะครบรอบ 30 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเด็ก และจะมีการออกปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิเด็กในปริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน และแถลงการณ์ยืนยันคำมั่นในการกำหนดหน้าที่การดำเนินงานด้านสิทธิเด็กในอาเซียน การดูแลเหยื่อของการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็กและแนวทางและกระบวนการในการตอบสนอง

นอกจากเวทีประชุมผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีการจัดเวทีคู่ขนานของภาคธุรกิจ โดยในวันที่ 2-3 พฤศจิกายน จะมีการจัดเวที ASEAN BUSINESS INVESTMENT SUMMIT ซึ่งจัดโดย ASEAN BUSINESS ADVISORY COUNCIL ท่านนายกรัฐมนตรีจะกล่าวเปิดประชุม โดยมีผู้นำอาเซียนหลายประเทศจะขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในเวทีดังกล่าว อาทิ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายกรัฐมนตรีเวียดนาม และนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ซึ่งเวทีดังกล่าวจะเน้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของอาเซียน 4.0 ขณะที่ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ไทยและสหรัฐได้ร่วมกันจัดเวที INDO-PACIFIC BUSINESS FORUM ซึ่งภาคเอกชนไทยและสหรัฐได้ร่วมกันจัดขึ้น

ในการประชุมครั้งนี้ยังจะมีการเปิดตัวศูนย์ต่างๆ ที่ตั้งขึ้นในไทย 3 ศูนย์อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย 1.ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและคิดค้นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน 2.ศูนย์อาเซียนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยและนวัตกรรม และ 3.ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยังจะจัดนิทรรศการ ASEAN Style ขึ้นเพื่อแสดงสินค้าของไทยและอาเซียน และยังจะมีการจัด ASEAN Pavilion ขึ้นเพื่อแสดงศิลปวัฒนธรรมของไทย จัดนิทรรศการของหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ การท่องเที่ยว ธุรกิจสร้างสรรค์ สินค้านวัตกรรม สินค้าออกแบบดีและได้รับการส่งเสริมทางด้านการตลาด นิทรรศการสินค้าศักยภาพ thaitrade.com สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายออนไลน์ นิทรรศการธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ อาทิ อานิเมชั่น ดิจิทัลคอนเทนท์ สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ งานศิลปหัตถกรรมจากภูมิภาคต่างๆ ของไทย สินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ได้รับเชิญมาให้ออกแสดงในครั้งนี้ด้วย

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศร่วมลงทะเบียนทำข่าวมากกว่า 1,300 คน และมีคณะผู้แทนต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมประชุมในไทยอีกราว 3,300 คน จึงอยากเชิญชวนคนไทยให้ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความเป็นมิตรไมตรีต่อผู้ที่จะมาเยือน ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันรักษาความสะอานของสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ความประทับใจกลับไป

 

ของขวัญและของที่ระลึกสำหรับผู้นำและคู่สมรส

1.ของขวัญสำหรับผู้นำประเทศ โถศิลาดลคล้องพวงมาลัยจากร้านจิราวรรณ เบญจรงค์ จ.นครปฐม ผลิตภัณฑ์สุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยปีพ.ศ.2559
2.ของขวัญสำหรับคู่สมรสผู้นำอาเซียน กระเป๋าย่านลิเภาทรงกระเป๋าหนีบ ผลิตภัณฑ์ในสังกัดศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
3.ของขวัญสำหรับคู่สมรสผู้นำประเทศคู่เจรจา พวงมาลัยเงินบรรจุในกล่องสัมริดลงยาสีสลับ ผลิตภัณฑ์ในสังกัดศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
4.ของที่ระลึกสำหรับผู้นำและคู่สมรสในงานกาล่าดินเนอร์ ผ้าพันคอและไนกไทผ้าไหม และผ้าคลุมไหล่ไหมไทยผสมพลาสติก upcycle ของจิม ทอมป์สัน

กำหนดการประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

31 ตุลาคม
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในเสาเศรษฐกิจ

1 พฤศจิกายน
การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซป)
การหารือระหว่างรับประทานอาหารค่ำของรัฐมนตรีต่างประเทศ

2 พฤศจิกายน
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในเสาการเมืองและความมั่นคง
การประชุมคณะมนตรีประสานงาน 3 เสา
การหารือเต็มคณะของผู้นำอาเซียนในช่วงเย็น
2-3 พฤศจิกายน เวทีคู่ขนานของภาคธุรกิจ
ASEAN BUSINESS INVESTMENT SUMMIT

3 พฤศจิกายน
พิธีเปิดการประชุมอาเซียน ซัมมิท ครั้งที่ 35
การประชุมผู้นำอาเซียน-จีน
การประชุมผู้นำอาเซียน-อินเดีย
การประชุมผู้นำอาเซียน-สหประชาชาติ
งานกาล่าดินเนอร์

4 พฤศจิกายน
การประชุมอาเซียน+3(จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)
การประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา
การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก(อีเอเอส)
การประชุมผู้นำอาเซียน-ญี่ปุ่น
การประชุมอาร์เซประดับผู้นำ ครั้งที่ 3
พิธีปิดการประชุมและพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้กับเวียดนาม
เวทีคู่ขนานของภาคธุรกิจ
INDO-PACIFIC BUSINESS FORUM

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซุ้มยาดองเมืองคอนไม่หวั่นขายมานานภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนใหญ่กินรักษาสมดุลของร่างกาย
บทความถัดไปสหรัฐตัดสิทธิ ‘จีเอสพี’ กุ้งส่งออกไทยวูบ 2 หมื่นล้าน