เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รายงานการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเนเชอร์ คอมมิวนิเคชั่นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมระบุว่า พื้นที่ชายฝั่งที่เป็นที่ตั้งบ้านเรือนของประชาชนมากถึงราว 300 ล้านคนในปัจจุบัน ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมภายในปีค.ศ.2050 ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย ไม่ว่ามนุษย์เราจะพยายามควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนให้มีความคืบหน้าขึ้นมากเท่าไรก็ตาม โดยจะเกิดสตอร์มเซิร์จรุนแรงจากฤทธิ์พายุไซโคลนทรงอิทธิพลที่มีเพิ่มขึ้นและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ภูมิภาคเอเชียได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย 2 ใน 3 ของประชากรในพื้นที่ชายฝั่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงเผชิญภัยน้ำท่วมอยู่ในประเทศจีน บังกลาเทศ อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ไทย
รายงานการศึกษานี้เป็นการใช้ข้อมูลการยกตัวของพื้นดินที่มีการปรับปรุงใหม่ให้ถูกต้องพบว่ามีการประเมินต่ำไปเกี่ยวกับพื้นที่แนวชายฝั่งทะเลที่เสี่ยงจะถูกน้ำท่วม ซึ่งเมื่อใช้ข้อมูลใหม่นี้ทำให้พบว่าจะมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจำนวนมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
รายงานนี้ชี้ว่าด้วยจำนวนประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นอีกราว 2 พันล้านคนในปี 2050 และอีกพันล้านคนในปี 2100 ทำให้จะมีประชาชนจำนวนมาก ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่แนวชายฝั่ง จะต้องถูกบีบให้ต้องปรับตัวหรือไม่ก็จะต้องย้ายออกไปจากพื้นที่ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม โดยปัจจุบันมีประชาชนมากกว่า 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งบางส่วนมีเขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำคอยป้องกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่มี

