เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาสวนทันควันว่าตนยังไม่ได้ตกลงด้วยกับจีน หลังจากกระทรวงพาณิชย์จีนออกมาเปิดเผยว่า จีนและสหรัฐ คู่พิพาททางการค้า ได้บรรลุความเห็นพ้องกันที่จะขจัดกำแพงภาษีระหว่างกันในหลายระยะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าบางส่วนที่ทั้งสองประเทศได้ประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในประเด็นนี้ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันศุกร์ (8 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า จีนต้องการให้ลดอัตราภาษีลง แต่ตนยังไม่ได้ตกลงใดๆ
“จีนอยากให้มีการลดลงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะพวกเขารู้ว่าผมจะไม่ทำเช่นนั้นแน่” ทรัมป์กล่าว หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ย.) นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน แถลงว่า หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของสองชาติบรรลุความเห็นพ้องที่จะปรับลดอัตราภาษีลงเป็นในหลายระยะ ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างกันมีความคืบหน้ามากขึ้นที่จะมุ่งไปสู่ข้อตกลงสุดท้าย
และขณะที่ทรัมป์กล่าวย้ำว่า จีนกระหายอยากได้ข้อตกลงมากกว่าตนเอง เพราะเศรษฐกิจจีนกำลังได้รับผลกระทบหนักนั้น ผู้สังเกตการณ์หลายคนกลับมองว่าจีนน่าจะมีอำนาจต่อรองเหนือกว่า เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะกดดันเท่าผู้นำสหรัฐที่กำลังเตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้งในปีหน้า
ทั้งนี้สหรัฐและจีนได้ใช้มาตรการทางภาษีตอบโต้กันในการทำศึกพิพาททางการค้าซึ่งมีมูลค่ารวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลงอย่างหนักไปด้วย ขณะที่สหรัฐยังมีแผนที่จะปรับขึ้นภาษีต่อสินค้าจีนอีกรอบ มีมูลค่า 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีผลในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

