อนุสนธิ์ ชินวรรโณ ผอ.ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ สร้างเครือข่ายหนุนนโยบายตปท.ไทย

อนุสนธิ์ ชินวรรโณ

หมายเหตุ “มติชน” นายอนุสนธิ์ ชินวรรโณ อดีตเอกอัครราชทูต และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ ได้บอกเล่าถึงความเป็นมาและพันธกิจของ “ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ” หรือ International Studies Center (ISC) ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาด้านการต่างประเทศในมิติต่างๆ และสร้างความเชื่อมโยงกับภาคส่วนอื่นๆ ด้านการต่างประเทศ เพื่อขยายเครือข่ายให้กับการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองสถานการณ์โลกได้อย่างทันท่วงที
///

แรกเริ่มเดิมทีศูนย์ศึกษาการต่างประเทศก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2530 ในสมัย พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และมีท่าน แผน วรรณเมธี อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้อำนวยการท่านแรก โดยเป็นหน่วยงานภายใต้สถาบันการต่างประเทศเดิม ปัจจุบันคือสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ในช่วง 2 ทศวรรษแรก ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศได้ดำเนินกิจกรรมด้านวิชาการต่างๆ อาทิ การจัดบรรยายและสัมมนา การระดมสมองระหว่างข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยราชการต่างๆ นักวิชาการ ภาคเอกชน รวมถึงสื่อมวลชนและผู้แทนภาคประชาสังคม และยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์และจีน

ต่อมาเมื่อมีการปรับโครงสร้างของกระทรวงการต่างประเทศ และมีการจัดตั้งหน่วยงานลักษณะเดียวกันขึ้นเป็นอิสระจากกระทรวง ศูนย์จึงได้ยุติการทำงานไป และงานบางส่วนที่ศูนย์เคยดำเนินการได้ถูกมอบให้หน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงต่างประเทศดำเนินการแทน แต่เมื่อพิจารณาถึงสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่สถานการณ์โลกและภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และเพื่อให้ตอบรับกับบริบทภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีพลวัต มีการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ กระทรวงจึงได้รื้อฟื้นศูนย์ศึกษาการต่างประเทศขึ้นใหม่ ให้เป็นกลไกหนึ่งที่จะเชื่อมโยงการต่างประเทศกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เป็นเวทีสำหรับการปรึกษาหารือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ต่อสาธารณะ การทำงานของศูนย์จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเครือข่ายกับภาควิชาการและภาคเอกชน ให้มาช่วยกันแบ่งปันข้อมูลที่แต่ละฝ่ายมีความรู้ความชำนาญ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการดำเนินนโยบายต่างประเทศ และเพื่อให้ผู้คนมาทำงานร่วมกันต่อไป

ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศจะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะที่ไม่ใช่ภาคราชการ โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีความเชี่ยวชาญในด้านการต่างประเทศ ทั้งยังจะประสานความร่วมมือกับชุมชนด้านการต่างประเทศภายนอก สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน สภาหอการค้าต่างประเทศ รวมถึงสภาธุรกิจ สมาคมมิตรภาพต่างๆ ที่มีอยู่ให้มาทำงานร่วมกัน เราจะทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะการสร้างเครือข่ายเพื่อระดมผู้ที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ และมีความรู้ในด้านการต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ใช้เวลาและต้องดำเนินการต่อเนื่อง

ภารกิจของศูนย์ศึกษาการต่างประเทศจะช่วยส่งเสริมการศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นปัญหา รวมถึงนโยบายด้านการต่างประเทศในมิติต่างๆ อาทิ การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และองค์การระดับภูมิภาค เราจะมีการจัดเวทีเพื่อให้ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนทรรศนะแบบสองทาง ผ่านการจัดประชุมและสัมมนา โดยให้ผู้ที่มีความรู้มาพูดให้ฟังเกี่ยวกับประเด็นที่เราเห็นว่ามีความสำคัญ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เพียงแต่ประเด็นที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้า แต่จะเน้นถึงสิ่งที่เป็นแนวโน้มต่างๆ หรือการวางนโยบายในการแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือ ดีกว่าจะปล่อยให้เกิดแล้วค่อยจัดการ

นอกจากนี้หากกระทรวงการต่างประเทศเห็นควรที่จะให้มีการทำวิจัยในหัวข้อใดเป็นการเฉพาะที่มองว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการกำหนดนโยบายต่างประเทศในอนาคต เราก็จะหาทีมที่จะมาร่วมมือกันเพื่อช่วยในการทำการวิจัยดังกล่าว

ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงที่เน้นการแนะนำตัวกับทุกฝ่ายทั้งในและนอกประเทศว่าศูนย์ศึกษาการต่างประเทศที่รื้อฟื้นขึ้นใหม่นี้จะมุ่งเน้นการทำงานในเรื่องใดบ้าง โดยมุ่งเน้นความร่วมมือหลักๆ อาทิ การระบุตัวผู้เชี่ยวชาญประเด็นต่างๆ ด้านการต่างประเทศว่าอยู่ที่ใดบ้าง การจัดทำความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย กลุ่มนักคิดรวมถึงนักวิจัย

ขณะเดียวกันจะมีการจัดกิจกรรมโดยการเชิญวิทยากรจากต่างประเทศมาบรรยายในประเด็นที่มีความน่าสนใจในด้านการต่างประเทศ ซึ่งหากมีหน่วยงานใดต้องการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ร่วมกัน ก็สามารถมาหารือกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนาการแลกเปลี่ยนความเห็นที่จะช่วยกันขับเคลื่อนในด้านการต่างประเทศในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อดูว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้าง และอาจจะมีการจัดบรรยายหรือสัมมนาโดยนักคิดชั้นนำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความเห็นกันในประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ หรือเชิญแต่ละท่านมาพูดคุยเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นงานหลักของศูนย์ศึกษาการต่างประเทศทั้งในระยะกลางและระยะไกล

ข้อมูลที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการดังที่กล่าวไปข้างต้น ก็จะมีการรวบรวม สังเคราะห์ และวิเคราะห์ให้กับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อนำไปใช้ทั้งในแง่ของการกำหนดนโยบาย และเป็นพื้นฐานความรู้ประกอบการดำเนินการนโยบายต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ต่างก็มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการในลักษณะนี้อยู่เช่นกัน

การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องมีการนำเอาข้อมูลทั้งทางด้านวิชาการและความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ มาประกอบกัน เพราะประสบการณ์ที่แต่ละฝ่ายมีในด้านการต่างประเทศต่างมีความสำคัญ และสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายต่างประเทศในระยะยาวได้ เพราะเรื่องการต่างประเทศนั้นมีหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคมวัฒนธรรม

การเมืองระหว่างประเทศถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ จึงเป็นเรื่องที่ผู้คนต้องมีองค์ความรู้และมีความเข้าใจ และจะทำอย่างไรให้เรามีโอกาสพัฒนาประเด็นต่างๆ ให้สอดคล้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นเราจะต้องมีการปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ รวมถึงกฎระเบียบของนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น และเรามีวิธีเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร

ความสามารถในการแยกแยะประเด็นปัญหาและวินิจฉัยแนวโน้มว่าอะไรจะเกิดขึ้นสังคมโลกในอนาคต และเข้าใจว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันจะไปในทิศทางใด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากเราสามารถกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้ เราก็จะได้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ งานของศูนย์จึงไม่ได้เป็นเรื่องของงานวิชาการล้วนๆ แต่เราต้องดูหาวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไรด้วย เพราะวิชาการก็ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ควบคู่กัน ทั้งหมดนี้เราไม่ได้จะทำเองเพียงลำพังแต่จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในไทยและในต่างประเทศต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ส.อ.ท.เผยยอดสั่งปฏิทิน-ส.ค.ส.หด5% เกาะติดเทรดวอร์กระทบจ้างงาน
บทความถัดไปเน็ตชายขอบเละ ‘กสทช.’ปรับ’ทีโอที’800ล.