รัฐบาลจีนเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้ผู้สมัครใช้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหม่ทุกรายต้องสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวตนเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ในความพยายามของรัฐบาลบาลเพื่อระบุตัวตนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตจำนวนหลายร้อยล้านคนทั่วประเทศ
รายงานระบุว่าสำหรับผู้ที่จะลงทะเบียนซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่หรือสมัครใช้บริการอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือจากเดิมที่จำเป็นต้องใช้บัตรประชาชนและภาพถ่าย แต่เวลานี้จำเป็นต้องสแกนใบหน้าเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนให้ตรงกับบัตรประชาชนอีกขั้นตอนหนึ่ง
ข้อบังคับใหม่ที่ผู้ให้บริการจะต้องให้ความร่วมมือในครั้งนี้วางกรอบการปฏิบัติโดยกระทรวงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและข่าวสาร ของจีน มีขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเพื่อให้รัฐบาลสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ท่องอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ
เจฟฟรีย์ ติง นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์จีนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ระบุว่า แรงจูงใจของรัฐบาลจีนในการออกมาตรการดังกล่าวก็เพื่อกำจัดหมายเลขโทรศัพท์และบัญชีออนไลน์ที่ไม่ระบุตัวตนออกจากระบบ และลดการต้มตุ๋นหลอกลวงในโลกออนไลน์ลง ขณะที่ในอีกแง่หนึ่งการใช้ระบบดังกล่าวก็ทำให้รัฐบาลสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนในประเทศได้
ทั้งนี้มีเสียงสะท้อนจากประชาชนในโลกออนไลน์จีนที่โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตผ่านเว็บไซต์เว่ยป๋อเป็นจำนวนมาก ว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ประชาชนถูกสอดส่องจากรัฐบาลมากขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลถึงข้อมูลที่อาจหลุดออกไปและถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด จากเดิมที่มิจฉาชีพอาจรู้เพียงข้อมูลส่วนตัวแต่ปัจจุบันจะรู้ได้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้จีนพยายามนำเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้สอดส่องประชาชนมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจีนวางแผนที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอีก 400 ล้านตัวในปี 2020 หลังจากเมื่อปี 2017 มีติดตั้งแล้ว 170 ล้านตัวนอกจากนี้ยังมีรายงานว่าระบบดังกล่าวจะนำไปใช้ร่วมกับระบบ “โซเชียลเครดิต” ในการจัดลำดับคุณภาพประชากรด้วย

