สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยประจำไต้หวันออกมาชี้แจงกรณีความไม่เข้าใจเรื่องการนำระบบการขอวีซ่าออนไลน์มาใช้ที่ไต้หวันเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม โดยเป็นการเรียนย้ำเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องอีกครั้งว่า
การใช้ระบบวีซ่าออนไลน์ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระบบวีซ่าของไทยให้ทันสมัย ก้าวหน้า ปลอดภัย และระบบที่นำมาใช้นี้พัฒนาโดยกระทรวงการต่างประเทศไทยเอง
ระบบนี้ ไม่ใช่สร้างมาเพื่อเจาะจงใช้กับไต้หวันเป็นการเฉพาะ และไต้หวันไม่ใช่เป็นแห่งแรกที่นำมาใช้ โดยก่อนหน้านี้ได้นำไปใช้แล้วในจีน อังกฤษ ฝรั้งเศส ฯ ซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวที่สำคัญต่อไทยทั้งสิ้น ระบบนี้จะเป็นระบบที่จะต้องนำมาใช้กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกันทั่วโลกในอนาคตอันใกล้
สำหรับเลือกที่ไต้หวัน เพราะไต้หวันมีความก้าวหน้าด้านไอทีที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และระบบใหม่จะรองรับการบริการได้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะการขอวีซ่าด้วยตนเอง สามารถรองรับจากวันละ 200 รายเป็น 300 ราย และการขอผ่านเอเย่นต์ทัวร์เพิ่มจากวันละ 3,000 ราย เป็น 5,000 ราย อีกทั้งยังสามารถร่นเวลาการบริการที่สำนักงานจากรายละ 5-7 นาที เป็นรายละไม่เกิน 2 นาที และระยะเวลาการรับเล่มหนังสือเดินทางคืน ก็ยังคงเดิม ไม่ช้าลง
ข้อกล่าวหาที่ว่าระบบใหม่จะลดจำนวนการใช้บริการจึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ เมื่อระบบพัฒนาสู่ขั้นตอนที่ 2 จะสามารถขยายเวลายื่นขอวีซ่าได้ทั้งวัน 09.00-16.30 น. (ปัจจุบันสถานทูตไทยทุกแห่งกำหนดให้ยื่นระหว่าง 09.00-11.30 น. )และจะเปิดให้บริการยื่นทางไปรษณีย์ได้อีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเปิดบริการเต็มรูปแบบแล้ว ความสามารถในการบริการจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
เมื่อเปรียบกับการขอวีซ่าของประเทศอื่นๆ แล้ว จะพบว่า ข้อกำหนดของไทยน้อยกว่าทุกๆ ประเทศ และเอกสารประกอบคำขอวีซ่า ไม่มีอะไรใหม่เพิ่มเติมที่เป็นอุปสรรคจากเดิม เพียงแต่การขอต้องทำผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งความจริงคือการนำความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และบริการที่ดีขึ้นต่อชาวไต้หวัน
ค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตในการชำระเงิน
ส่วนที่มีการเรียกค่าบริการ รายละ 200-500 บาท เพิ่มไปจากค่าวีซ่าท่องเที่ยว 1,200 บาท ที่บุคคลไปให้เอเย่นต์ทัวร์ยื่นขอวีซ่าแทนนั้น เป็นความตกลงจ่ายค่าบริการภายในระหว่างแต่ละบุคคลกับเอเย่นต์ทัวร์ ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน สำนักงานเรียกเก็บค่าวีซ่าตามที่กำหนดอย่างเป็นทางการเท่านั้น
เมื่อระบบใหม่นำมาใช้ ทุกฝ่ายจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน

