หมายเหตุ “มติชน” นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศและเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในอนุสัญญามรดกโลก ให้สัมภาษณ์หลังไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก และคณะกรรมการบริหารขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ(ยูเนสโก) วาระปี 2562-2566 ว่าการได้ไปนั่งในเก้าอี้สำคัญทั้ง 2 นี้มีความสำคัญอย่างไรกับไทย และไทยหวังจะใช้โอกาสสำคัญนี้ผลักดันการทำงานให้เป็นไปในทิศทางใดในช่วง 4 ปีข้างหน้า
///
๐มีการทำงานกันอย่างไรในการลงสมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก
เรามีการประกาศว่างจะลงสมัครมาตั้งแต่ต้นปี และฟอร์มทีมโดยวางตัวผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านวัฒนธรรมและด้านธรรมชาติ มีการหาเสียงกันอย่างจริงจัง และทำแผ่นพับให้เขาทราบว่าถ้าเราเข้าไปนั่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกแล้วเราจะทำอะไร เรามีประสบการณ์อย่างไร ซึ่งในนั้นก็ได้ใส่ประวัติของผมไปด้วย เพราะเมื่อครั้งที่เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ก็ต้องรับหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในยูเนสโก และยังได้นั่งเป็นประธานกลุ่มเอเชียแปซิฟิกที่เราลงสมัครเป็นคณะกรรมการมรดกโลกในฐานะผู้แทนของกลุ่มดังกล่าวในคราวนี้ด้วย ดังนั้นก็ถือได้ว่าคนที่อยู่ในยูเนสโกก็จะรู้จักกันอยู่แล้วในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังได้ระบุถึงที่ผมเคยเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชอาร์ซี) เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องใส่เข้าไปในประวัติที่ใช้ในการหาเสียงของไทยว่าหัวหน้าคณะมีประวัติการทำงานอย่างไรบ้าง
เราหาเสียงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี เดือนเมษายนเรามาหาเสียงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เดือนกรกฎาคม เราหาเสียงในระหว่างการประชุมคณะรกรมการมรดกโลกที่กรุงบากู ประเทศอาร์เซอไบจาน และไปหาเสียงอีกครั้งเมื่อเดือนกันยายนที่กรุงปารีส การไปแต่ละครั้งก็จะไปพบทูตประเทศต่างๆ ประจำยูเนสโก จัดงานเลี้ยงรับรองให้เขาทราบท่าทีของไทยว่าเมื่อเข้าไปแล้วเราจะมีบทบาทในการทำงานอย่างไร เราไม่ได้ไปเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพูดเรื่องประเทศไทยเท่านั้น แต่ไปเพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการมรดกโลกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าที่เราได้มาส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของจังหวะด้วยเช่นกัน เพราะการเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกระยะเวลาดำรงตำแหน่งจริงๆ คือ 6 ปี แต่ทุกประเทศจะถือหลักว่าดำรงตำแหน่งแค่ 4 ปีเพื่อให้มีการหมุนเวียนกัน และเมื่อได้เป็นแล้วต้องเว้นวรรคไป 6 ปี ซึ่งช่วงนี้เป็นจังหวะที่ประเทศที่เป็นคู่แข่งสำคัญลงสมัครไม่ได้
๐วางแผนการเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการมรดกโลกอย่างไรบ้าง
ปัจจุบันมรดกโลกกระจุกอยู่ในภูมิภาคยุโรปค่อนข้างมาก เราเห็นว่าควรกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ให้มากขึ้น และควรสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ สามารถเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเขาให้ได้มากขึ้น อย่างประเทศในแอฟริกา อย่างไรก็ดีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกก็เป็นเรื่องหนึ่ง อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือการอนุรักษ์สิ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเหล่านั้น เพราะหลายประเทศก็มีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ และยังมีมรดกโลกที่อยู่ในประเทศที่มีความขัดแย้งว่าจะอนุรักษ์กันอย่างไร เมื่อเข้าไปทำหน้าที่ก็จะต้องดูว่าเราจะช่วยงานของคณะกรรมการมรดกโลกได้อย่างไรบ้าง และจะมีท่าทีในเรื่องต่างๆ อย่างไร
แม้คณะกรรมการมรดกโลกจะเป็นเรื่องด้านเทคนิค และมีหลักเกณฑ์พิจารณาที่สำคัญคือคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล แต่ปัจจุบันบันต้องยอมรับว่าการพิจารณาเรื่องต่างๆ ในคณะกรรมการมรดกโลกก็มีการเมืองและการล็อบบี้เข้ามาเยอะ ประเทศใหญ่ๆ ที่มีน้ำหนักก็จะสามารถล็อบบี้ได้มากกว่าประเทสอื่นๆ แน่นอนว่าการขอความสนับสนุนในเวทีระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราควรต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้านเทคนิคด้วย จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ปัจจัยการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพิจารณามากเกินไป จนถึงกับกลับข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญได้ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหา เพราะในการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกควรที่จะยึดหลักเกณฑ์ตามข้อเสนอแนะของคณะผู้เชี่ยวชาญมากกว่า ซึ่งก็คือสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ(ไอยูซีเอ็น)ในเรื่องการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติ และสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ(อิโคมอส)ในเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ประเด็นสำคัญคือเราต้องรักษาความตรงไปตรงมาในการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ยึดหลักการทางด้านเทคนิค และคุณค่าของสิ่งที่เสนอขึ้นทะเบียนเป็นหลัก แต่แน่นอนว่าเมื่อเป็นการพิจารณาขององค์การะหว่างประเทศต้องมีการหาเสียง แลกเสียง และแลกการสนับสนุน แต่ไม่ควรไปถึงขึ้นสวนทางหรือพลิกข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญ ต้องรักษาหลักเกณฑ์ที่สำคัญไว้ ไม่ลดลงไปต่ำกว่านั้น
นอกจากนี้ต้องมีความสมดุลระหว่างภูมิภาคต่างๆ และระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา ระหว่างมรดกทางธรรมชาติกับมรดกทางวัฒนธรรม ที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติมีไม่มาก เพราะเงื่อนไขเยอะ พื้นที่ก็ครอบคลุมค่อนข้างมาก ขณะที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมการประเมินคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากลจะง่ายกว่า กินพื้นที่ไม่มาก และสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ง่ายกว่าอีกด้วย
ไทยยังอยากจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการทำให้เกิดความสมดุลในการนำเสนอมรดกโลกได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น ด้วยการเสริมสร้างความสามารถให้กับประเทศที่ไม่มีศักยภาพด้านงบประมาณหรืออุปกรณ์ ปีนี้ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดเวิร์คช็อปเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศเพื่อนบ้านว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะต้องทำอย่างไรบ้ง เพราะบางประเทศไม่มีประสบการณ์ เขาก็อยากรับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ และอยากทราบว่าหากไทยได้เป็นคณะกรรมการมรดกโลกจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง และเราจะเข้าไปมีบทบาทในการทำงานอย่างไร
๐มองอย่างไรที่การเลือกคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ไทยได้คะแนนสูงสุดถึง 156 เสียง มากกว่าทุกประเทศที่ได้รับการเลือกตั้งในคราวเดียวกัน
การที่เราได้เสียงจำนวนมากก็แสดงให้เห็นว่าเขาเชื่อมั่นว่าหากประทเศไทยเข้าไปนั่งในคณะกรรมการมรดกโลกก็สามารถมีบทบาทในการทำงานได้ ส่วนที่หายไปสิบกว่าเสียงนั้น คิดว่าอาจมีบางส่วนที่เป็นบัตรเสีย เพราะบางประเทศอาจเห็นว่าในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกมีประเทศที่ลงสมัครประเทศเดียว เลยคิดว่าอาจไม่จำเป็นต้องกาบัตรก็เป็นไปได้เช่นกัน
๐การลงสมัครชิงเก้าอี้คณะกรรมการบริหารยูเนสโกมีที่มาอย่างไร
สำหรับเก้าอี้คณะกรรมการบริหารของยูเนสโกนั้น เราเห็นว่าไทยในยูเนสโกก็ตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย จึงถือได้ว่าไทยมีบทบาทสำคัญและควรมีที่นั่งในคณะกรรมการบริหาร ปัจจุบันคนพูดเรื่องการศึกษากันมาก การอยู่ในคณะกรรมการบริหารยูเนสโกเป็นช่องทางที่เราจะได้องค์ความรู้ที่เขาหารือกันในที่ประชุม และยังเป็นโอกาสแสดงความก้าวหน้าของไทยในเรื่องการศึกษาที่มีความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน อาทิ การให้การศึกษาในไทยมีความเท่าเทียมทางเพศ หรือการจัดการศึกษาสำหรับเด็กนอกโรงเรียนโดยเฉพาะลูกของแรงงานต่างด้าว เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เขาเห็นความสำเร็จของไทยและเห็นว่าเรามีข้อริเริ่มอะไรที่ดี นอกจากนี้ในเชิงนโยบายเมื่อเขามีการคุยประเด็นใหม่ๆ เกี่ยวกับการศึกษา อาทิ จริยธรรมในเรื่องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง(Internet of Things) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ๆ ที่เราควรจะรับรู้เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศของเรา ดังนั้นการเป็นกรรมการบริหารยูเนสโกจึงเป็นโอกาสที่จะแสดงความก้าวหน้าของไทย และจะได้รับรู้ว่าจะเอาประเด็นอะไรใหม่ๆ มาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ของเรา
คนที่จะต้องทำงานหนักในเรื่องนี้คือเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศสที่เป็นผู้แทนไทยประจำยูเนสโกและผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการของไทยที่ไปประจำการในฝรั่งเศส เรื่องนี้อยู่ภายใต้คณะกรรมการยูเนสโกแห่งชาติของกระทรวงศึกษาธิการของไทยที่จะต้องเตรียมท่าทีไทยในประเด็นที่เห็นว่ามีความสำคัญว่าจะทำอย่างไร
ยูเนสโกเองก็มีปัญหาด้านการเมือง ปัจจบุันสหรัฐถอนตัวออกไปโดยให้เหตุผลว่ายูเนสโกมีอคติกับอิสราเอล นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาการเมืองระหว่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์โดยเฉพาะการจัดทำ Memory of the World ที่เป็นการบันทึกเหตุการณ์ในอดีตของโลก ปัญหาของยูเนสโกคือถูกดึงมาเกี่ยวกับการเมือง และมีหลายประเทศที่นั่งเป็นคณะกรรมการบริหารแบบถาวรด้วยเหตุผลทางการเมืองเพราะยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ซึ่งสิ่งที่ตกลงกันได้มีเพียงว่าประเทศที่ค้างชำระเงินให้กับยูเนสโกไม่มีสิทธิเป็นกรรมการบริหาร ทั้งยังมีประเด็นการเลือกผู้บริหารว่าควรเป็นมติของสมัชชาใหญ่ หรือจะให้คณะกรรมการบริหาร 58 ประเทศเลือกเช่นในปัจจุบัน
ดังนั้นเมื่อไทยเข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารเราต้องมีความพร้อมในการแสดงท่าทีและข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยดำเนินนโยบายโดยพยายามหาจุดสมดุล ประเด็นเหล่านี้ถ้าเรามีความกล้าหาญเราก็สามารถมีจุดยืนของเราและทำให้มีการประสานท่าทีต่างๆ ได้ ดังนั้นเราต้องคิดว่าประเด็นใดที่เราต้องการผลักดันและประเด็นใดที่เราต้องประสานท่าที
ถือว่าเราโชคดีที่ได้รับเลือกทั้ง 2 ตำแหน่ง ไทยเพิ่งมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง การแสดงบทบาทที่แข็งขันในเวทีระหว่างประเทศมีส่วนสำคัญต่อความเชื่อมั่นในประเทศไทย เห็นได้ว่าหลายประเทศอยากให้ไทยเขาไปมีบทบาทในเวทีเหล่านี้ เพราะเขาเห็นไทยมีท่าทีสมเหตุสมผล สร้างสรรค์ ทำหน้าที่ผู้ประสานงานได้ดี แต่เมื่อเข้าไปแล้วเราก็ต้องทำหน้าที่ด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ไปร่วมประชุม ดังนั้นองคาพยพในไทยต้องช่วยสนับสนุนการทำงานด้วยเช่นกัน

