เอกสารประวัติศาสตร์ แฉรบ.ญี่ปุ่นจัดหา “หญิงบำเรอกาม” ให้ทหารช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

(AP Photo/Lee Jin-man, File)

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เอกสารทางประวัติศาสตร์ ที่สำนักข่าวเกียวโด นิวส์ ของญี่ปุ่น นำออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม แสดงให้เห็นว่า กองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ร้องขอให้รัฐบาลจัดหา “ทาสกาม” ให้ 1 คนต่อทหาร 70 นาย ซึ่งเป็นการบ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทของรัฐบาลญี่ปุ่นในระบบ “หญิงบำเรอกาม” ที่ถูกบังคับให้เป็นทาสกามแก่ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เกียวโดระบุว่า เอกสาร 23 ชุดนี้รวบรวมโดยเลขานุการคณะรัฐบาลญี่ปุ่น ระหว่างเดือนเมษายน ค.ศ.2017 ถึงเดือนมีนาคม 2019 ซึ่งรวมไปถึงหนังสือราชการลับ 13 ฉบับ ที่ส่งจากสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นในประเทศจีน ไปยังกระทรวงต่างประเทศในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ.1938

รายงานของเกียวโดแสดงให้หนังสือราชการฉบับหนึ่งที่ส่งจากสถานกงสุลใหญ่ในเมืองจี๋หนาน ประเทศจีน ไปยังกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียวระบุว่า การรุกรานของชาวญี่ปุ่นได้นำให้มีหญิงบริการทางเพศเกิดขึ้นอย่างมากในพื้นที่ โดยมีเกอิชาจากญี่ปุ่น 101 คน , หญิงบำเรอกาม จากญี่ปุ่น 110 คน และหญิงบำเรอกามจากเกาหลีอีก 228 คน และว่า จะต้องมีหญิงบำเรอกามสำหรับทหารญี่ปุ่นทั้งสิ้นอย่างน้อย 500 คนอยู่ที่นั่นภายในสิ้นเดือนเมษายน

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือราชการจากสถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ของจีน ที่่ส่งถึงกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ได้ร้องขอให้มีการจัดหาผู้หญิงให้ 1 คน สำหรับทหาร 70 คน ในขณะที่กองทัพเรือได้ร้องขอหญิงบำเรอกามและเกอิชากว่า 150 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 1993 นายโยเฮอิ โรโนะ เลขานุการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในขณะนั้น ในฐานะโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ออกมาขอโทษต่อระบบ “หญิงบำเรอกาม” และยอมรับว่า กองทัพญี่ปุ่นเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำตัวผู้หญิงมากระทำมิดีมิร้าย

ทั้งนี้ จำนวนของหญิงบำเรอกามที่แท้จริง ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่จากประวัติศาสตร์มีการระบุไว้ว่า อาจจะมีมากถึงหลายหมื่นคนหรือมากกว่านั้น โดยทาสกามได้กลายเป็นความขัดแย้งที่เจ็บปวดระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น เนื่องจากมีผู้หญิงทั้งจากเกาหลี ไต้หวัน และออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ รวมไปถึงชาวญี่ปุ่นเอง ที่ถูกบังคับให้เป็นทาสบำเรอกามแก่ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยญี่ปุ่นเองได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเหยื่อเหล่านี้ แต่ยังคงมีการเรียกร้องให้ญี่ปุ่นออกมาขอโทษต่อการกระทำดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะที่มีการดำเนินคดีหลายคดีในเกาหลีใต้

บทความก่อนหน้านี้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ค้นหาหนุ่มโปแลนด์-สาวไทย สูญหายในทะเลภูเก็ต ขณะพายเรือแคนูไปเกาะมัน(ชมคลิป)
บทความถัดไป“อลงกรณ์” ติงกม.ชังชาติ ชี้แนวคิดชังชาติ-คลั่งชาติไม่ควรมี มีบทเรียนแบ่งฝ่ายมาแล้ว อย่าซ้ำรอย เพราะจบไม่สวย