เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชาที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ในข้อกล่าวหาทุจริต
โดยแถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุคว่ำบาตรนายคุน คิม อดีตประธานเสนาธิการทหารร่วมแห่งกองทัพอากาศกัมพูชา(อาร์ซีเอเอฟ) จากบทบาทการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเกาะกงและการมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัทของทางการจีนที่นายคุน คิมได้รับผลประโยชน์ตอบแทน และยังมีสมาชิกในครอบครัวของนายคิมอีก 3 คนและบริษัทอีก 5 แห่งซึ่งเป็นของหรือควบคุมโดยคนในครอบครัวของนายคิมที่ถูกทางการสหรัฐคว่ำบาตรด้วย
“คุน คิมได้ใช้ทหารในกองทัพอากาศข่มขู่ ทำลายและเคลียร์ที่ดินที่บริษัทจีนได้มา เขาถูกปลดจากประธานเสนาธิการทหารร่วมเพราะเขาไม่ได้แบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการทำธุรกิจผิดกฎหมายให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชา” กระทรวงการคลังสหรัฐระบุ
นอกจากนี้ยังมีนายตรี เพียบ เศรษฐีนักธุรกิจและเป็นสมาชิกพรรคประชาชนกัมพูชา(ซีพีพี)ของสมเด็จฯฮุน เซน ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร จากการทำธุรกิจค้าไม้ผิดกฎหมาย รวมถึงบริษัทที่จดทะเบียนในกัมพูชาอีก 11 แห่งที่เป็นของนายไตร เพียบด้วย
อย่างไรก็ดีโฆษกพรรครัฐบาลกัมพูชาออกโต้ว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวไม่มีผลและมีขึ้นเพื่อสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเท่านั้น และว่า บุคคลที่ทางการสหรัฐคว่ำบาตร “ไม่ได้มีทรัพย์สินอยู่ในต่างประเทศ และหากพวกเขาโง่ที่จะเก็บทรัพย์สินไว้นอกประเทศ ก็ให้ยึดไปซะ”
ทั้งนี้รัฐบาลฮุน เซนเผชิญความกดดันจากสหรัฐและสหภาพยุโรปอย่างหนัก หลังจากพยายามปราบปรามฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งรวมถึงสมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชา(ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านที่ถูกศาลสั่งยุบพรรคไป และการที่รัฐบาลฮุน เซนหันไปสานสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนที่เป็นชาติคู่แข่งของสหรัฐมากขึ้น

