สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือ ประกาศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า เกาหลีเหนือดำเนินการ “ทดลองที่สำคัญอย่างยิ่ง” ขึ้นที่บริเวณแหล่งปล่อยจรวดส่งดาวเทียม โซแฮ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยเป็นการประกาศอย่างท้าทายก่อนหน้าที่นาย สตีเฟน บีกัน ทูตพิเศษว่าด้วยกิจการเกาหลีเหนือของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาเดินทางเยือนเกาหลีใต้ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ และมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐอเมริกาทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยกลางเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา
นายพล ปัก จอน ชอน เสนาธิการทหารเกาหลีเหนือกล่าวเพียงว่า เกาหลีเหนือสามารถใช้ข้อมูลจากการทดสอบหลายๆครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ไปเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดการเผชิญหน้าอย่างเฉียบพลันขึ้นมา
“ในกรณีที่เกิดการเผชิญหน้ากระทันหันขึ้นมา สหรัฐอเมริกาและกองกำลังปฏิปักษ์ของเกาหลีเหนืออื่นๆ จะสามารถใช้ชีวิตผ่านช่วงสิ้นปีนี้อย่างสันติได้ก็ต่อเมื่อยุติการกระทำและคำพูดใดๆ ซึ่งส่งผลกระทบจาบจ้วงต่อเราเท่านั้น” เสนาธิการทหารเกาหลีเหนือระบุ โดยย้ำว่า ข้อมูลที่หาค่าไม่ได้, เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งหลายและประสบการณ์ที่ได้จากการทดลองที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ สามารถนำไปปรับใช้ได้เต็มที่ในการพัฒนา “อาวุธยุทธศาสตร์ใหม่” ขึ้นมาอีกชนิดหนึ่งสำหรับใช้ในการยับยั้งและเอาชนะเหนือภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ใดๆ จากสหรัฐอเมริกาได้แน่นอน
ในรายงานของเคซีเอ็นเอ โฆษกของสถาบันวิทยาศาสตร์การกลาโหมแห่งชาติ (เอ็นเอดีเอส) ของเกาหลีเหนือยังแถลงด้วยว่า การทดลองซึ่งมีขึ้นที่สถานีส่งดาวเทียมโซแฮ เมื่อเวลา 22.41-22.48 น. ของวันที่ 13 ธันวาคมนั้นเป็น “การทดลองที่สำคัญอย่างยิ่ง” และประสบความสำเร็จด้วยดี สามารถนำไปใช้เพื่อเสริมสมรรถนะของยุทธศาสตร์ป้องปรามทางนิวเคลียร์ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดเกี่ยวกับการทดลองดังกล่าวเพิ่มเติมอีก
ทางด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงสั้นๆ เพียงว่าได้เห็นรายงานการทดลองอาวุธครั้งใหม่นี้แล้วและกำลังประสานงานเรื่องนี้อยู่กับพันธมิตรใกล้ชิดอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอยู่ในขณะนี้ ส่วนนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า โซแฮ เดิมเป็นสถานที่สำหรับยิงจรวดปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจร ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นขีปนาวุธข้ามทวีปได้โดยง่าย และสหรัฐอเมริกากับพันธมิตรอีกหลายประเทศเคยกล่าวหาเกาหลีเหนือว่าใช้สถานที่ดังกล่าวบังหน้าในการทดลองขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) นอกจากนั้นถ้อยแถลงหลายอย่างบ่งบอกเป็นนัยถึงการทดลองไอซีบีเอ็มในครั้งนี้ หลังจากที่เกาหลีเหนือเคยขู่ว่าจะทดลองอาวุธเป็น “ของขวัญคริสตมาส” ต่อสหรัฐอเมริกา หากยังไม่ยินยอมตามข้อเสนอของตน
อาห์น ชาน-อิล นักวิจัยชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์เปิดเผยที่กรุงโซลว่า เป็นไปได้ที่การทดลองครั้งนี้จะเป็นขั้นตอนการเตรียมการเพื่อทดลองไอซีบีเอ็มในวันที่ 25 ธันวาคมนี้

