การชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านกฎหมายว่าด้วยการปรับแก้สัญชาติฉบับใหม่ของรัฐบาลอินเดีย ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐอัสสัมและเวสต์เบงกอล และลุกลามเข้าสู่กรุงนิวเดลีเมืองหลวงของอินเดียแล้วเมื่อตอนดึกของวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุรุนแรงในการชุมนุมประท้วงหลายจุดต่อเนื่องกันในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้
รวมทั้งที่เมืองกูวาฮตี ในรัฐอัสสัม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้กระสุนจริงเข้าระงับเหตุรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีก 26 ราย จนนายเนรนทรา โมดี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียมีคำสั่งให้เลื่อนการพบหารือสุดยอดกับนาย ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่กำหนดจะมีขึ้นที่เมืองกูวาฮตีในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ออกไป ส่วนสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แถลงเตือนประชาชนของตนหากไม่มีความจำเป็นให้งดเดินทางไปยังพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย หากจำเป็นต้องเดินทางต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด
การประท้วงดังกล่าวซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่รัฐอัสสัม โดยมีสหภาพนิสิตนักศึกษาอัสสัม เป็นหัวหอกในการเดินขบวน มีขึ้นเพื่อกดดันให้นายโมดี้ ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการปรับแก้สัญชาติฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้มีการพิสูจน์สัญชาติในหลายรัฐเสียใหม่ จนเป็นเหตุให้เกิดความระแวงขึ้นในกลุ่มเชื้อชาติทั้งหลาย โดยชาวฮินดูในหลายพื้นที่เชื่อว่าจะเป็นการให้สัญชาติอินเดียแก่คนมุสลิมและชนกลุ่มน้อยอื่้นๆ ซึ่งจะเข้ามาแย่งงานพวกตน ในขณะที่ชาวมุสลิมระบุว่า กฎหมายใหม่นี้เป็นวาระซ่อนเร้นของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อลดความสำคัญของคนมุสลิม 200 ล้านคนในอินเดียลง และทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติไปในที่สุด

