หากพูดถึงลาตินอเมริกาในความรู้สึกของคนไทย เราคงนึกถึงภูมิภาคที่อยู่ห่างไกลและไม่ค่อยมีความรู้จักกันเท่าใดนัก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงไทยกับภูมิภาคลาตินอเมริกามากขึ้น ทั้งในแง่ของการค้าการลงทุน ตลอดจนการสร้างความรู้จักมักคุ้นระหว่างกันให้มากขึ้น
ลาตินอเมริกาถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า รวมถึงการท่องเที่ยว เนื่องจากมีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน และประชากรจำนวนมากมีรายได้สูง ขณะที่หลายประเทศก็มีข้อได้เปรียบทางการค้าผ่านความตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐและสหภาพยุโรป ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรและวัตถุดิบที่สามารถนำเข้าเพื่อพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมในไทยได้
ต้องยอมรับว่าไม่เพียงแต่คนในภูมิภาคของเราที่ไม่รู้จักลาตินอเมริกา เพราะประชาชนในลาตินอเมริกายังไม่รู้จักประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนดีนักเช่นกัน หนึ่งในอุปสรรคในการติดต่อไปมาหาสู่กันคือการขาดความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ที่ดี การเชื่อมโยงทางอากาศมีราคาแพง การเชื่อมโยงทางทะเลมีน้อย ส่งผลให้ความสัมพันธ์การค้าไม่ใกล้ชิดเท่าใดนัก ทั้งที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจอยู่มาก
แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคอันเนื่องมาจากความห่างไกล แต่กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลความสัมพันธ์กับภูมิภาคลาตินอเมริกาก็ได้เร่งสร้างความตระหนักรู้ถึงภูมิภาคที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจนี้ ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย ตามการดำเนินนโยบายเชิงรุกที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับลาตินอเมริกาให้มากขึ้น ด้วยความพยายามที่จะลดข้อจำกัดด้านความห่างไกลที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มพูนความเข้าใจระหว่างกันในระดับประชาชน ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนในภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย
การส่งเสริมความสัมพันธ์กับภูมิภาคลาตินอเมริกายังเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนและสร้างสถานะของไทยให้เป็นที่รับรู้ในเวทีโลกให้มากขึ้น ทั้งยังตอบสนองผลประโยชน์ของไทยในด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดใหม่และการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบเพื่อนำมาป้อนภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทย

หลายคนอาจไม่รู้ว่าลาตินอเมริกายังเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของไทยในต่างประเทศ อาทิ บมจ. ปตท. สผ. ที่เข้าไปทำการสำรวจและผลิตน้ำมันดิบ บมจ. ซีพี ที่เข้าไปทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งในบราซิลและกำลังเจรจาธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสุกรในเม็กซิโก หรือเครือไมเนอร์ที่ทำธุรกิจโรงแรมภายใต้เครือ NH hotel อยู่ในหลายประเทศของลาตินอเมริกา
กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนกับประเทศในลาตินอเมริกาในหลายระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความรับรู้ซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันก็ได้ผลักดันให้เกิดความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับชิลีและเปรู
เอฟทีเอไทย-ชิลี นับเป็นตัวอย่างในฐานะปัจจัยขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า กว่า 90 % ของการค้าระหว่างไทยกับชิลี อยู่ภายใต้เอฟทีเอนี้ และยังได้มีการดำเนินการเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์ยิ่งขึ้นโดยการผลักดันความตกลงภายใต้เอฟทีเอดังกล่าวเพื่อให้มีการนำ e-commerce เข้ามาใช้ในการทำการค้าระหว่างกันมากขึ้น พร้อมกับที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเพิ่มรายการสินค้าภายใต้เอฟทีเอไทย-ชิลี ขึ้นอีกกว่า 700 รายการ ที่จะครอบคลุมสินค้าส่งออกรายการสำคัญของไทยให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ขณะเดียวกันก็มีการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนภาคเอกชนสองฝ่ายโดยทีมประเทศไทยในสถานเอกอัครราชทูต 5 แห่งในลาตินอเมริกา นอกจากนี้ยังร่วมกันสร้างเครือข่ายและเชิญชวนผู้แทนภาคเอกชนที่มีศักยภาพและสนใจขยายความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนกับภูมิภาคเอเชียและไทยมาร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญๆ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย อาทิ งาน ThaiFex

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ยังได้จัดโครงการ Latin Link นำคณะผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทยไปพบหารือกับผู้กำหนดนโยบายในหน่วยงานรัฐ รวมถึงภาคเอกชนของประเทศเม็กซิโก บราซิลและชิลี ซึ่งล้วนแต่เป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพ และโอกาสการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนกับประเทศเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจชั้นนำของทั้ง 2 ฝ่าย ในสาขาที่มีโอกาสต่อยอดการทำธุรกิจร่วมกันได้ อาทิ อุตสาหกรรมการเกษตรโดยผู้แทนจากซีพีที่เล็งเห็นโอกาสธุรกิจฟาร์มสุกรในเม็กซิโก ธุรกิจน้ำมันและพลังงานทดแทนโดยผู้แทนปตท. ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมโดยผู้บริหารเครือใบหยก และธนาคารกรุงเทพ ทั้งยังมีการจับคู่ทางธุรกิจซึ่ง ผู้ผลิตยางดิบและยางรถยนต์คุณภาพสูงของไทยที่ร่วมเดินทางไปกับคณะยังรับการสั่งซื้อยางพาราในคราวเดียวกัน
นอกจากผู้แทนภาคธุรกิจรายใหญ่และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมด้านนวัตกรรมและพลังงานทดแทนรวมกว่า 20 รายแล้ว ผู้ที่ร่วมคณะในโครงการ Latin Link ยังมีผู้แทนภาครัฐจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยคณะได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านอุตสาหกรรมและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของเม็กซิโก ทั้งยังได้เข้าถึงผู้นำเข้าสินค้าอาหารจากไทยรายสำคัญของบราซิล และรับทราบสถานะของการลงทุนของกลุ่มไมเนอร์ในธุรกิจบริการด้านโรงแรมในบราซิลและเมืองสำคัญต่างๆ ของลาตินอเมริกา โดยในการเยือนชิลี ผู้แทนปตท.ยังได้รับทราบเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ลิเธียม และองค์ความรู้สำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ startup ให้สามารถยกระดับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยี ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไปพร้อมกัน
สำหรับการสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปนั้น กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ได้จัดทำแอพพลิเคชันบนมือถือ Discover Latin America (DLA) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อมูลภาษาไทยแก่คนไทยให้รับรู้เกี่ยวกับความเป็นไปโดยรวมของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของทั้ง 33 ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ทั้งยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับความร่วมมือในเวทีความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกกับลาตินอเมริกา (Forum for East Asia-Latin America Cooperation – FEALAC) ซึ่งถือเป็นเวทีความร่วมมือสำคัญระหว่าง 2 ภูมิภาคอีกด้วย
ไทยมีบทบาทอย่างแข็งขันในเวที FEALAC มาอย่างต่อเนื่อง เพราะ FEALAC ถือได้ว่าครอบคลุมประชากรถึง 40% ของโลก และยังมีมูลค่าการค้ารวมกันถึง 30% ของมูลค่าการค้าโลกอีกด้วย ไทยยังเป็นกลุ่มประเทศแรกที่สมทบกองทุน FEALAC FUND ที่ริเริ่มขึ้นโดยที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ FEALAC ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อปี 2561 ที่มุ่งเน้นการนำเงินในกองทุนไปใช้เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับพื้นฐานและโอกาสของการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ภูมิภาคต่อไป
ในโอกาสการจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อฉลอง 40 ปีความสัมพันธ์ไทย-โคลอมเบีย ไทยได้จัดกิจกรรมในส่วนของประเทศไทยเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งเวที FEALAC ขึ้น โดยเชิญ “ฟ้าใส” น.ส.ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มากล่าวสุนทรพจน์เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทของ FEALAC ในประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมสิทธิสตรี เพื่อให้คนในวงกว้างได้รู้จักเวทีดังกล่าวมากขึ้นอีกด้วย

ไทยและลาตินอเมริกายังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาและความร่วมมือทางวิชาการที่มีความก้าวหน้าและสร้างสรรค์ เน้นการแบ่งปันองค์ความรู้ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การท่องเที่ยว รวมถึงด้านอื่นๆ ที่มีสำคัญ หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือความสำเร็จของความร่วมมือด้านการพัฒนาการปลูกคีนัวในไทย ที่ปัจจุบันโครงการหลวงสามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้แล้ว
ประเทศในลาตินอเมริกาจำนวนมากยังมองว่าไทยเป็นต้นแบบของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดผล และยังเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือระดับภูมิภาคโดยเฉพาะในคาบสมุทรอินโดจีน
ด้วยความที่หลายประเทศในลาตินอเมริกามีระดับการพัฒนาที่สูงกว่าหรือใกล้เคียงกับไทย อีกทั้งประสบความสำเร็จในการค้นคว้าวิจัย ตลอดจนมีจุดแข็งบางประการของการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ตอบรับกับเป้าหมายการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทย ความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องจึงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่ง และจะช่วยให้สองภูมิภาคที่ห่างไกลได้ประโยชน์จากกันอย่างที่ควรจะได้ ไม่ใช่เป็นเพียงสองภูมิภาคที่มีความห่างไกลเป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์

