หน้าแรก ต่างประเทศ ราคาน้ำมันดิบ...

ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กพุ่งขึ้น ตอบรับข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ

16.12.19 | 13:12 น.
FILE PHOTO: REUTERS/Thomas White/Illustration/File Photo

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการคลี่คลายสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และจากข่าวที่ว่า พรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งในอังกฤษ ซึ่งจะช่วยให้แผนการของอังกฤษในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.5% มาปิดตลาดที่ 60.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดกรุงลอนดอนทะยานขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.6% สู่ 65.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์และสหรัฐปิดตลาดที่ระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 1% จากสัปดาห์ที่แล้ว

สหรัฐกับจีนประกาศการทำข้อตกลงการค้าขั้นแรก โดยข้อตกลงนี้จะส่งผลให้สหรัฐปรับลดภาษีศุลกากรลง เพื่อแลกกับการที่จีนจะปรับเพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆจากสหรัฐ โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในวันศุกร์ว่า จีนตกลงที่จะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปี โดยคาดกันว่าผู้เจรจาต่อรองหลักจะลงนามในข้อตกลงนี้ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์แรกของเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จีนไม่ได้ระบุว่าจะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐเป็นมูลค่ามากเพียงใด

พรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษชนะเสียงข้างมากครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยชัยชนะนี้จะเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันนำพาอังกฤษออกจากอียูได้อย่างเป็นระเบียบภายในเวลาไม่กี่สัปดาข้างหน้า หลังจากความไม่แน่นอนเรื่อง Brexit เคยกดดันราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา

ยอดค้าปลีกสหรัฐปรับขึ้นน้อยเกินคาดในเดือนพ.ย. ในขณะที่ชาวสหรัฐปรับลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดค้าปลีกปรับขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย. หลังจากปรับขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค. ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดค้าปลีกอาจปรับขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย

Advertisement