เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปสงค์พลังงานจะได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ประกาศออกมาในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบ 3 เดือนที่ทำไว้ในวันศุกร์ที่ 60.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนม.ค.ปรับขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.2% มาปิดตลาดที่ 60.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาดกรุงลอนดอนปรับขึ้น 12 เซนต์ หรือ 0.2% สู่ 65.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากราคาเพิ่งขึ้นไปแตะ 65.79 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.
ทั้งนี้ ข้อตกลงการค้าขั้นแรกที่จีนกับสหรัฐประกาศออกมาในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. จะส่งผลให้สหรัฐปรับลดภาษีนำเข้าบางรายการที่เรียกเก็บจากสินค้าจีน เพื่อแลกกับการที่จีนจะปรับเพิ่มมูลค่าการซื้อสินค้าเกษตร, สินค้าโรงงาน และสินค้าพลังงานจากสหรัฐขึ้นราว 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทางด้านนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในวันอาทิตย์ว่า ข้อตกลงการค้าขั้นแรกระหว่างจีนกับสหรัฐจะส่งผลให้ยอดส่งออกจากสหรัฐสู่จีนพุ่งขึ้นเกือบเป็นสองเท่าในช่วง 2 ปีข้างหน้า และการจัดทำข้อตกลงได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ถึงแม้ว่ายังคงมีความจำเป็นต้องแปลและปรับแก้เนื้อหาในข้อตกลงอยู่
ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวมากกว่าที่คาดไว้อย่างมากในอัตรา 6.2% ในเดือนพ.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่วนยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพ.ย. เทียบกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.6%
ขณะที่เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มจะชะลอการเติบโตลงต่อไปในปีหน้า โดยมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจีนอาจจะตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับราว 6% ในปี 2020 โดยปรับลดลงจาก 6.0-6.5% ในปี

