
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกิดโศกนาฏกรรมสุดสลดเมื่อนักศึกษาชาวอินโดนีเซีย 3 รายถูกพบเสียชีวิตภายในถ้ำเลเล ในจังหวัดชวาตะวันตก บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย หลังติดอยู่ในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมปิดทางจนไม่สามารถออกมาได้
เจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ทีมค้นหาและกู้ภัยได้เริ่มออกค้นหานักศึกษาที่สูญหายไปเมื่อวันอาทิตย์(22 ธ.ค.)ที่ผ่านมา โดยสามารถช่วยนักศึกษากลุ่มดังกล่าวออกมาได้ 5 คน หลังจากที่ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุและทำให้เกิดน้ำท่วมในถ้ำ
นางเซนี วูลันดาดารี โฆษกทีมค้นหาและกู้ภัยเปิดเผยว่า กลุ่มนักศึกษาติดอยู่ภายในถ้ำดังกล่าวอยู่พักใหญ่ก่อนที่ทีมค้นหาและกู้ภัยจะช่วยพวกเขาออกมาได้ โดยทีมค้นหาใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง จึงสามารถเข้าไปในถ้ำที่อยู่ต่ำกว่าพื้นดินราว 30 เมตรได้
ทั้งนี้นักศึกษากลุ่มนี้เป็นนักศึกษาในชมรมคนรักธรรมชาติของมหาวิทยาลัยซิงกาเปอร์บังซา คาราวัง ที่เข้าไปฝึกการสำรวจถ้ำ
นายอารี อัลเฟียน สมาชิกในชมรมที่ช่วยอพยพนักศึกษาที่ติดถ้ำออกมาด้วย เปิดเผยว่า สภาพอากาศปกติดีเมื่อนักศึกษาเข้าไปในถ้ำ แต่จู่ๆ ก็เกิดฝนถล่มลงมา โดยน้ำทะลักไหลเข้าถ้ำอย่างกับน้ำตก ตอนแรกมีนักศึกษาแค่ 5 คนเท่านั้นที่อยู่ภายในถ้ำ ส่วนอีก 3 คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือนักศึกษาที่ติดอยู่ในถ้ำในช่วงที่สภาพอากาศกำลังเลวร้าย ทำให้พวกเขาทั้งหมดติดอยู่ในถ้ำ ก่อนที่ 5 คนจะสามารถรอดออกมาได้
ด้านจาการ์ตาโพสต์รายงานอ้างนายเดเดน ริดวันชาห์ หัวหน้าทีมค้นหาและกู้ภัยเปิดเผยว่า ศพนักศึกษาที่พบเสียชีวิตในถ้ำทั้ง 3 ราย ได้ถูกนำส่งไปโรงพยาบาลคาราวัง หลังจากทีมค้นหากู้ร่างศพแรกขึ้นมาได้เมื่อเวลาประมาณ 04.25 น.ของวันจันทร์(23 ธ.ค.)และศพสุดท้ายนำขึ้นมาได้เมื่อเวลา 06.00 น. โดยเป็นไปได้ว่าที่พวกเขาเสียชีวิตอาจมาจากการขาดออกซิเจนหลังจากเกิดความตื่นตกใจ
