
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าในประเทศออสเตรเลียยังคงน่าห่วงวิตก ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวหลายพันคนเสี่ยงที่จะตกค้างอยู่ในพื้นที่ที่ไฟป่ากำลังโหมลุกไหม้ ซึ่งอาจสายเกินไปที่่จะอพยพออกนอกพื้นที่เสี่ยง
โดยในพื้นที่อีสต์ กิปป์สแลนด์ รัฐวิกตอเรีย มีการสั่งอพยพประชาชนกว่า 30,000 คน ออกจากพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีความหวั่นกลัวว่าอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นและกระแสลมแรงจะยิ่งโหมกระพือไฟป่าใหญ่ 3 จุดให้ลุกลามหนักและจะทำให้ถนนสายหลักเส้นสุดท้ายที่ยังคงเปิดใช้การได้อยู่ ต้องถูกตัดขาด
แอนดรูว์ คริสพ์ หัวหน้าสำนักงานการจัดการภาวะฉุกเฉินรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ยังคงอยู่ในพื้นที่้ที่ไฟป่าลุกไหม้ กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะติดอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้สายเกินไปที่จะออกไปจากพื้นที่นี้แล้วและสำนักงานของตนได้รับการแจ้งเตือนด้วยว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้หมดทุกคน
ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย สภาพไฟป่าในบางพื้นที่จัดอยู่ในระดับหายนะท่ามกลางอุณหภูมิในพื้นที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และมีพายุรุนแรงพัดผ่านหลายลูก ซ้ำเติมสถานการณ์ นายเบรตัน อีเดน เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงในรัฐเซาท์ออสเตรเลียกล่าวว่า นี่เป็นวันที่อันตรายอย่างมากสำหรับประชาชนในรัฐนี้ที่เหตุฟ้าผ่าได้ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นในหลายจุดอยู่แล้ว
ทั้งนี้ในช่วงฤดูร้อนนี้ของออสเตรเลีย ได้เกิดไฟป่าเผาผลาญหลายพื้นที่ของออสเตรเลียนับหลายร้อยจุดที่ถูกซ้ำเติมด้วยภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย เผาผลาญบ้านเรือนไปแล้วมากกว่า 1,000 หลังและพื้นที่อีกมากกว่า 7.4 ล้านเอเคอร์ ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่ของเบลเยียมทั้งประเทศ
