‘กอส์น’ อดีตปธ.ค่าย ‘นิสสัน’ โผล่เลบานอน หนีกระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่น อ้างไม่เป็นธรรม

31.12.19 | 14:18 น.
แฟ้มภาพ นายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัทนิสสัน ค่ายรถรายใหญ่ของญี่ปุ่น (รอยเตอร์)

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริษัท นิสสัน ค่ายรถยักษ์สัญชาติญี่ปุ่น กล่าวยืนยันว่าตนเองได้หลบหนีออกจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาถูกดำเนินคดีในความผิดด้านการเงิน มายังประเทศเลบานอนแล้ว โดยกอส์นกล่าวว่าเขาจะไม่ขอเป็นตัวประกันในกระบวนยุติธรรมอันฉ้อฉลที่ความผิดคือการสันนิษฐาน การเลือกปฏิบัติมีอย่างรุนแรง และ สิทธิมนุษยชนพื้นฐานถูกปฏิเสธ

“ผมไม่ได้หนีกระบวนการยุติธรรม ผมหนีการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมและเป็นการเมือง ในที่สุดตอนนี้ผมสามารถสื่อสารกับสื่อมวลชนได้อย่างอิสระ” กอส์น ในวัย 65 ปี แถลงสั้นๆ ที่กรุงเบรุต เมื่อวันอังคาร (31 ธ.ค.) นี้

ทั้งทนายของกอส์นและโฆษกสำนักงานอัยการญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว รวมถึงบริษัทนิสสันเอง ยังไม่ได้ให้ความเห็นใดเมื่อถูกติดต่อสอบถามไปว่าอดีตประธานนิสสันผู้นี้อยู่ที่ใด

อย่างไรก็ดี การปรากฎตัวของนายกอส์นในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน จุดประเด็นคำถามอันน่าสงสัยอย่างยิ่งว่า กอส์น ซึ่งถือ 3 สัญชาติ ได้แก่ ฝรั่งเศส บราซิล และ เลบานอน เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เขาอยู่ภายใต้การเฝ้าจับตาของเจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่น หลังได้รับอนุญาตให้ประกันตัวออกไปได้ด้วยวงเงินค้ำประกัน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 280 ล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและมีการยึดพาสปอร์ตของนายกอส์นเอาไว้

สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคอ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเลบานอนเปิดเผยว่า มีบุคคลคล้ายนายกอส์น แต่ใช้ชื่ออื่น เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติในกรุงเบรุต หลังบินเข้ามาด้วยเครื่องบินส่วนตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นไม่มีบันทึกการเดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่นของนายกอส์นแต่อย่างใด

Advertisement

ด้านวอลสตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายกอส์นเดินทางถึงประเทศเลบานอนโดยผ่านตุรกีเมื่อวันจันทร์ (30 ธ.ค.) โดยเขาเชื่อว่าจะไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมในประเทศญี่ปุ่นและเขารู้สึกเหนื่อยกับการตกเป็นตัวประกันการเมืองในวงการอุตสาหกรรม

ทั้งนี้นายกอส์นถูกเจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นจับกุมหลังเดินทางถึงสนามบินในกรุงโตเกียวด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนปี 2018 จากการกระทำผิดทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการปกปิดรายได้ที่แท้จริง ก่อนนิสสันจะปลดนายกอส์นพ้นจากตำแหน่งประธานบริษัทในเวลาต่อมา