‘ดอน ปรมัตถ์วินัย’ มอง ความสำเร็จการทูตไทย 2562

๐ปี 2562 ที่ผ่านมาถือว่าไทยประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน

ปี 2562 มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง ในแง่ของการต่างประเทศ เหตุการณ์ที่ถือว่ามีความสำคัญมีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่อง ประกอบด้วย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส การเป็นประธานอาเซียนของไทย และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีนัยสำคัญในแง่การต่างประเทศของไทยทั้งหมด

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทำให้คนเห็นรู้สึกปลื้มปิติ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เมื่อได้เห็นกับตาก็ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มยินดี เพราะไม่ใช่ทุกประเทศจะมีโบราณราชประเพณีที่ดีงามเช่นนี้ เป็นของดีที่ทำให้ผู้ที่ได้เห็นตื่นตาตื่นใจ ขณะที่คนไทยเองก็มีความภาคภูมิใจ ยกระดับความรู้สึกของผู้คนจากความยินดีไปสู่ความปลาบปลื้มที่ได้เห็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ขณะที่การเสด็จเยือนไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะการเลือกประเทศที่พระองค์จะเสด็จเยือนย่อมต้องผ่านการพิจารณาอย่างดี ยิ่งเมื่อการเสด็จเยือนของพระองค์ประสบความสำเร็จอย่างงดงามก็ยิ่งถือเป็นการเติมเต็มและช่วยเสริมประเทศไทยได้มาก

สำหรับเรื่องสถานการณ์การเมืองในไทย ยังมีการสอบถามกันพอสมควรซึ่งก็ต้องชี้แจง เพราะยังมีพวกที่ปักใจอยู่กับผลการเลือกตั้งและความเป็นรัฐบาลผสม ตามด้วยเสียงต่างๆ นาๆ เรื่องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่บางครั้งคนไทยเองก็ยังงงว่าเสียงเหล่านั้นมาได้อย่างไร เพราะพอมีรัฐบาลปัจจุบันก็น่าจะเข้าสู่โหมดของการเมืองปกติ มีปัญหาอะไรก็ไปว่ากันในรัฐสภา แต่ก็ยังมีคนทำให้ไขว้เขว เหมือนว่าไทยมีปัญหาเรื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นคำพูดแบบกำปั้นทุบดิน คือไม่ได้อะไรดั่งใจหรือตามที่คิดก็บอกว่าเป็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน สื่อของเราก็ไปสะท้อนเรื่องนี้ให้ดังต่อไป ทำให้มันไม่นิ่ง ทั้งที่ใจคนต่างประเทศเขารับรู้อยู่ว่าพอเข้าโหมดหลังเลือกตั้ง ทุกอย่างเป็นเรื่องของสภา ความไม่พอใจอะไรก็ต้องไปคุยกันในสภา เขาบอกเลยว่าอยากเห็นไทยตั้งต้นใหม่จากการเลือกตั้งที่มีผลออกมาด้วยการเป็นรัฐบาลผสม แต่พอมีองค์ประกอบเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้ามา ก็ทำให้เขาต้องมาสอบถาม

เมื่อเจอคำถามในลักษณะนี้ก็ได้ตอบเขาไปว่าหากถามแบบนี้ก็เข้าข่ายหลงประเด็น เพราะน่าจะถามคำถามเกี่ยวกับกิจการรมต่างๆ ที่กำลังดำเนินไปของบ้านเมือง ซึ่งต่อยอดมาจากการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยที่ถูกพูดถึงกันมาตลอดทั้งปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของไทยในด้านการต่างประเทศ งานต่างๆ ก็ต้องมีการสานต่อและต่อยอดกันต่อไป แต่บางครั้งคำถามในลักษณะนี้ก็ทำให้เสียเวลา และไม่สามารถทำงานแบบไร้รอยต่อได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

ยังดีที่ไทยถือว่ามีต้นทุนที่ดี ทำให้ทุกฝ่ายที่เฝ้าติดตามเขาพอใจ เพราะเห็นว่าเรามีพัฒนาการที่ดีที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าต้องมานั่งตั้งแง่กับประเทศไทย อย่างที่ได้มาเยือนประเทศโปรตุเกสเขายังบอกเลยว่าเรื่องเกี่ยวกับไทย สหภาพยุโรป(อียู)ไม่มีปัญหา เพราะอียูก็ยกระดับความสัมพันธ์กับไทยเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หรือในการเดินทางมาร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป(อาเซม)ที่สเปน เขาก็พูดในแบบเดียวกัน และแสดงความยินดีกับไทยที่ประสบความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียน

เชื่อว่าทั้งหมดนี้เขาไม่ได้พูดเพื่อยกยอ เพราะพูดอย่างนั้นทุกคน ทั้งที่เราก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะมาพูดอะไร แต่สิ่งที่เขาพูดก็ทำให้รู้สึกว่าเมื่อเราทำได้สำเร็จแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จไปตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่แค่เฉพาะการประชุมเท่านั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ตกลงกันได้หลายเรื่องราวก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดผลงานกันต่อไป เพราะทุกอย่างที่เราทำกันในทุกเรื่องราวของอาเซียน มันเป็นเรื่องที่มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่จบแล้วจบเลยอย่างนั้น

เราพบว่าการวางประเด็นในการเป็นประธานอาเซียนของไทยคือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” เป็นเรื่องที่อยู่ในใจนานาประเทศ อย่างในเวทีอาเซมเองก็พูดถึงเรื่องของความยั่งยืนเป็นหัวข้อแรกที่ได้มีการหารือกัน เราในฐานะกลไกสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในกรอบภูมิภาคและของโลกก็ต้องนำเรื่องนี้ไปสานต่อให้เป็นผล

หลายเรื่องราวที่ต้องทำต่อมีส่วนเชื่อมโยงกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว เวลาพูดถึงเรื่องรอบตัวภาพจะชัดกว่าในอดีต คือมันต้องมีทั้ง time and space เราต้องทำในเวลาใดเพื่อให้เกิดความสำเร็จ และอยู่ในขอบเขตใด สุดท้ายความพยายามทั้งหมดต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น เป็นเรื่องในภายหน้าที่เราต้องทำกันต่อเนื่อง ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค อนุภูมิภาค ระหว่างภูมิภาค และระดับโลกด้วย

๐ความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียนปีนี้ของไทยถือว่าได้ช่วยลบภาพจำเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วหรือไม่

การทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยตลอดทั้งปีนี้ หลายส่วน อาทิ การตั้งศูนย์ต่างๆ ขึ้นในไทยก็ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และสามารถที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องไปได้อีกมาก อย่างศูนย์อาเซียนอาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue – ACSDSD) ทางอียูก็ตื่นตัวอยากมาทำงานร่วมกับเรา เพราะมีศูนย์ที่จะมารองรับความร่วมมือในด้านนี้ และสามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้โดยมีการกำหนดประเด็นที่จะร่วมมือกันก่อนหลัง ซึ่งจะส่งผลไปสู่ความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีประเด็นอีกมากมายในงานด้านต่างประเทศที่เราต้องสานต่อซึ่งไม่ได้อยู่ในกรอบอาเซียน แต่เราต้องดำเนินการเพราะมันจะช่วยเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ และเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของคนไทย รวมถึงการจัดระบบระเบียบต่างๆ ทั้งในและนอกกรอบอาเซียน

อาเซียนเองก็ต้องเพิ่มความเข้มแข็งในการปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมีปัจจัยที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งส่งผลกระทบอยู่ตลอด เราจะทำอย่างไรกับมัน จะประคับประคองกันอย่างไร เพราะจะปล่อยให้เลื่อนไหลไปตามกระแสอย่างนั้นไม่ได้ ไทยอยู่ในสถานะที่สามารถมีบทบาทนำได้ในหลายๆ เรื่อง ดังนั้นในหลายด้านต้องเชื่อมโยงทั้งศักยภาพและความสามารถในการจัดการกับเรื่องเหล่านี้ด้วย มันเป็นโอกาสที่ได้มาจากความสำเร็จในหลายเรื่องหลายราวที่สะสมกันมาในอดีต เป็นช่องทางและโอกาส แต่จะใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงก็อยู่ที่หลายปัจจัย อาทิ ความพร้อมและความสามารถของคน แต่ถ้าบ้านเมืองเรายังวุ่นวายไม่นิ่ง สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเราก็อาจสูญสลายหายไป สูญเปล่า และเสียเปล่าได้

เราพูดเสมอว่าทุกอย่างมี 2 ด้านเช่นเดียวกับสองด้านของเหรียญ อาทิ เสถียรภาพและความมั่นคงกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ การต่างประเทศเป็นเรื่องที่เราต้องมองเป็นองค์รวม ไม่มีทางที่เราจะดูเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือแยกมองเป็นเรื่องๆ ได้

๐คิดว่าสถานะของไทยในเวทีโลกขณะนี้เป็นอย่างไร

ย่อมอยู่ในสถานะที่ดี เวลาเจอใครก็มีแต่คนชมเชย ความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียนของไทยได้รับการยอมรับ เรามีต้นทุนที่ดีมากจาก 1 ปีที่ผ่านมา

๐มีประเด็นใดที่ถือเป็นความท้าทายของการต่างประเทศในปี 2563

แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องที่ประเทศมหาอำนาจไม่ลงรอยกัน ซึ่งส่งผลกระทบกระเทือนประเทศอื่นๆ อย่างเลี่ยงไม่พ้น นั่นเป็นภาพใหญ่ในแง่นโยบายต่างประเทศของโลก แต่ในภาพใหญ่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายเรื่องโยงใยกันอยู่ในนั้น ซึ่งเราต้องวางแผนรับมือให้ดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บรูโน่ เฟร์นันเดส’ อยากร่วมทัพสเปอร์ส
บทความถัดไป‘มาติช’ รอแมนฯยูใช้ออปชั่นยืดสัญญาอีก 1 ปี