เวอร์จิเนีย รักกี ทนายความวัย 37 ปี แฟนเพลงวงร็อกจากเกาะอังกฤษอย่าง “เดอะไดร์สเตรท” ชอบใช้เวลาว่างกับการเดินเขา ว่ายน้ำ และเล่นสกี
แต่นับจากนี้รักกี คงต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการบริหารเมืองหลวงของดินแดนมะกะโรนี หลังได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีแห่งกรุงโรมในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา
รักกีเข้าสู่สนามเลือกตั้งในฐานะนักการเมืองหน้าใหม่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอต่อตำแหน่งสูงสุดของกรุงโรม ทว่าความนิยมของเธอกลับเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดด้วยการประกาศนโยบายยกเครื่องระบบการบริหารงาน ด้วยบุคลิกที่เคร่งขรึม ชัดเจนในแนวทางของนักวิชาการ มีความทันสมัยและแพรวพราวด้วยคารมคมคายแตกต่างจาก เบปเป กริลโล ผู้ก่อตั้งพรรคไฟฟ์สตาร์มูฟเมนต์ (เอ็ม 5 เอส) พรรคที่เธอสังกัดอยู่อย่างสิ้นเชิง
รักกีเกิดและเติบโตในกรุงโรมใกล้กับมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาวโรมันอย่างโคลอสเซียม จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกรุงโรม ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภากรุงโรมเมื่อปี 2556 มีความเชี่ยวชาญในกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ถูกดึงเข้าสู่วงการการเมืองจากการสนับสนุนแนวทางของพรรคเอ็ม 5 เอสในการต่อต้านแนวทางการเมืองแบบดั้งเดิมของ อันเดรีย เซเวอรินีผู้เป็นสามี
ส่วนหนึ่งในแรงบันดาลใจในวงการการเมืองของรักกีคือการลืมตาดูโลกของลูกชายที่ชื่อว่า “มัตเตโอ” สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดทำอะไรบางอย่างกับบ้านเกิดของเธอที่มีแต่ปัญหาอย่างขยะที่ล้นเมืองรวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ล้มเหลวให้ดีขึ้น
ความสำเร็จของรักกี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสต่อต้านการทุจริตที่จุดติดขึ้นในหมู่ประชาชนกรุงโรม หลังอดีตนายกเทศมนตรีต้องลาออกจากตำแหน่งเมื่อปีก่อนผลจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่ไปพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมในประเทศ ทว่าเส้นทางหาเสียงของรักกี ก็มีอุปสรรคอยู่บ้างจากข่าวการแยกกันกับสามีผู้ซึ่งโพสต์แสดงความยินดีกับรักกี ผ่านบล็อกส่วนตัวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า “ผมรู้จักคุณมา 21 ปี เวลานี้เป็นเวลาที่ยากลำบากของเราและไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังมัน อย่างไรก็ตาม ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอ” เซเวอรินีระบุ และว่า “ผมคิดถึงคุณมากแทบตายเลย”
รักกีในฐานะผู้ปกครองกรุงโรมที่เป็นผู้หญิงคนแรกในรอบ 2,500 ปีหากนับตั้งแต่อาณาจักรโรมันโบราณ ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งในฐานะพัฒนาการครั้งสำคัญสำหรับผู้หญิงชาวอิตาลีทุกคน
“นี่เป็นครั้งแรกที่กรุงโรมมีนายกเทศมนตรีหญิง ในยุคที่ความเท่าเทียมและโอกาสยังเป็นเพียงภาพลวงตา” รักกีระบุ พร้อมประกาศว่า
“ฉันจะเป็นนายกเทศมนตรีเพื่อชาวโรมทุกคน ฉันจะนำความยุติธรรมและความโปร่งใสกลับสู่ศาลาว่าการหลังการบริหารงานที่ย่ำแย่เป็นเวลา 20 ปี”
“ด้วยการบริหารงานของเรายุคใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว” รักกีกล่าว

