รัฐบาลชาติตะวันตกประกอบด้วยสหรัฐ แคนาดา และอังกฤษ ต่างออกมาระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่อิหร่านจะเป็นผู้สอยเครื่องบินของสายการบินยูเครนตกใกล้กับสนามบินแห่งชาติในกรุงเตหะราน ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 มกราคมตามเวลาในอิหร่าน หรือ 8 มกราคมตามเวลาในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่จากชาติเหล่านี้เชื่อว่าการยิงขีปนาวุธใส่เครื่องบินดังกล่าวน่าจะเป็นความผิดพลาด เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยเหตุเครื่องบินตกดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากอิหร่านได้ทำการโจมตีฐานทัพของสหรัฐในอิรัก 2 แห่งด้วยขีปนาวุธหลายสิบลูก
นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาซึ่งสูญเสียพลเมืองไปถึง 63 รายจากเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้กล่าวว่า แคนาดาได้รับทราบข่าวกรองจากหลายแหล่งซึ่งรวมถึงชาติพันธมิตรและจากข่าวกรองของแคนาดาเอง ซึ่งหลักฐานที่มีบ่งชี้ว่าเครื่องบินตกเนื่องจากถูกยิงโดยขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศของอิหร่าน
เช่นเดียวกับนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ระบุว่า ขณะนี้มีข้อมูลจำนวนหนึ่งที่บ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่าเครื่องบินดังกล่าวถูกยิงด้วยขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เป็นผู้ออกมาพูดเป็นคนแรกว่า เขาเชื่อว่าอิหร่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับสอยเครื่องบินดังกล่าว พร้อมทั้งปฏิเสธคำกล่าวอ้างเบื้องต้นของอหร่านที่ระบุว่าสาเหตุของเครื่องบินตกมาจากปัญหาทางด้านเทคนิค

