สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคมนายหลี่ ปิน รองผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการฯ แถลงว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวสามารถถ่ายทอดผ่านทางลมหายใจ และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกลายพันธุ์และอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดออกไปได้อีก
ขณะที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้หรือไม่
นอกจากจีนแล้ว ยังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในอีกหลายประเทศ ทั้งในไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ยังพบเพิ่มอีกในสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และมาเก๊า
โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้มีถิ่นพำนักอยู่ในสหรัฐ ใกล้กับเมืองซีแอตเทิล อายุประมาณ 30 ปี ขณะนี้ยังมีอาการดีอยู่ และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยชายคนดังกล่าวเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น กลับไปสหรัฐ เมื่อวันที่ 15 มกราคม สองวันก่อนที่จะมีการเริ่มตรวจคัดกรองผู้โดยสารจากจีนตามสนามบินหลักของสหรัฐ ทั้งนี้ ชายคนดังกล่าวอาศัยอยู่คนเดียว และจะถูกแยกตัวเพื่อดูอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกในไต้หวัน เมื่อวันที่ 21 มกราคม เป็นผู้หญิงที่ถูกนำตัวไปโรงพยาบาล หลังจากเดินทางจากเมืองอู่ฮั่น ถึงสนามบินที่ไต้หวัน
ขณะที่มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม ทางการมาเก๊าออกมายืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายแรกของมาเก๊า เป็นนักธุรกิจหญิงวัย 52 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่น และเดินทางเข้ามาเก๊าด้วยรถไฟความเร็วสูงเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ผ่านทางเมืองจูไห่ โดยทางการมาเก๊าได้สั่งให้พนักงานทุกคนของกาสิโนทั้งหมดสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อแล้ว

