เมื่อวันที่ 22 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียออกโรงปฏิเสธรายงานข่าวที่อ้างว่าซาอุฯอยู่เบื้องหลังการแฮกโทรศัพท์มือถือของนายเจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเว็บไซต์แอมะซอน.คอม โดยกล่าวโต้ว่าข่าวดังกล่าว “ไร้สาระ”
สถานทูตซาอุฯในสหรัฐอเมริกาทวีตโต้บนทวิตเตอร์ว่า รายงานข่าวของสื่อที่ปรากฎเมื่อเร็วๆนี้ชี้แนะว่าซาอุฯอยู่เบื้องหลังการแฮกโทรศัพท์ของนายเจฟฟ์ เบซอส ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระ เราขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนในคำกล่าวอ้างนี้เพื่อทำให้ความจริงปรากฎ
ด้านแอมะซอน เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้
การตอบโต้ของทางการซาอุฯ มีขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร(21 ม.ค.)ที่ผ่านมา เดอะ การ์เดียน สื่อสิ่งพิมพ์ในอังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวกล่าวว่า โทรศัพท์มือถือของเบซอสถูกมือดีแฮกในปี 2018 หลังจากเขาได้รับข้อความหนึ่งทางวอทส์แอพพ์ที่ถูกส่งมาจากบัญชีผู้ใช้ที่เป็นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลแมน มกุฎราชกุมารซาอุฯ โดยข้อความที่ส่งมาเชื่อว่ามีไฟล์อันตรายติดมาด้วยที่สามารถล้วงเอาข้อมูลจำนวนมากจากโทรศัพท์ของมหาเศรษฐีโลกผู้ก่อตั้งแอมะซอนไปได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
รายงานข่าวนี้มีขึ้นหลังจากในปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเบซอสและรัฐบาลซาอุฯ ไม่สู้จะดีนักจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรายงานข่าวการฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุฯของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่มีนายเบซอสเป็นเจ้าของ ขณะเหตุฆาตกรรมนายคาช็อกกีถูกโยงใยถึงรัฐบาลซาอุฯว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
ขณะที่หัวหน้ารักษาความปลอดภัยของนายเบซอสกล่าวในขณะนั้นว่าซาอุฯได้เข้าถึงโทรศัพท์ของเบซอสและได้ข้อมูลส่วนตัวไป ซึ่งรวมถึงข้อความที่มีการส่งถึงกันระหว่างเบซอสกับอดีตพิธีกรรายการหญิงรายหนึ่งที่ เนชั่นแนล เอ็นไควร์เรอร์ รายงานว่าทั้งสองกำลังออกเดทกันอยู่

