หลังยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย โดยมีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นเป็น 544 คน ส่งผลให้เมืองอูฮั่น ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดประกาศปิดระบบเครือข่ายขนส่งมวลชนของตนเอง เมื่อวันที่ 23 มกราคม พร้อมทั้งขอให้พลเมืองชาวอู่ฮั่นกว่า 11 ล้านคนอย่าเดินทางออกจากเมือง ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าไวรัสกำลังแพร่ระบาด
ภายใต้มาตรการที่ประกาศใหม่นี้รัฐบาลท้องถิ่นของอูฮั่นจะปิดเครือข่ายขนส่งสาธารณะในเขตเมืองทั้งหมด รวมถึงระงับเที่ยวบินที่ออกจากเมืองอูฮั่นตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าของวันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้รัฐบาลยังขอให้ชาวเมืองอู่ฮั่นอย่าออกจากเมืองเว้นแต่จะมีความจำเป็นจริงๆ
คณะทำงานเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสในเมืองอู่ฮั่นชี้ว่า มาตรการดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้มีการยุติการให้ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างเด็ดเดี่ยว และเพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ด้านองค์การอนามัยโลก(ฮู)ที่เพิ่งจัดการประชุมฉุกเฉินต่อกรณีดังกล่าวไปที่สำนักงานใหญ่ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ออกมาระบุว่า จะตัดสินใจในวันนี้ว่าจะประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสคล้ายโรคซาร์สถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านสุขภาพของโลก เพื่อเร่งให้นานาประเทศมีมาตรการตอบสนองกับเหตุการณ์หรือไม่
นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของฮู กล่าวว่า สถานการณ์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสในจีนขณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับชื่นชมที่จีนใช้ยาแรงในการควบคุมความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรค
หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีของทางการจีนรายงานว่า ขณะนี้มีการยืนยันผู้ติดเชื้อในจีนแล้ว 544 คน โดยมีผู้เสียชีวิตในเมืองอู่ฮั่นเพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย ขณะที่ในประเทศไทยมีการยืนยันผู้ติดเชื้อ 4 ราย ส่วนสหรัฐ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่ละ 1 คน

