สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 3 ครั้งรวมถึงมีการยิงต่อสู้กันที่บริเวณของผู้โดยสารขาออกของสนามบินอตาเติร์กในนครอิสตันบูล เมืองท่องเที่ยวและเมืองธุรกิจหลักของตุรกี เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 28 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่นในตุรกี เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่าร้อยคน
ทั้งนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุ 3 ราย โดยมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุรายหนึ่งซึ่งแต่งกายในชุดสีดำเปิดฉากยิงที่หน้าทางเข้าสนามบินด้วยปืนคาลาชนิคอฟหรือปืนอาก้า ก่อนจะลงมือจุดระเบิดฆ่าตัวตาย โดยผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตทั้งหมด
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกลุ่มใดออกมารับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว แต่เหตุระเบิดหลายครั้งที่ผ่านมาในตุรกีเป็นฝีมือของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดและกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) โดยตุรกีเปิดให้กองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐใช้ตุรกีเป็นฐานสำหรับบินไปถล่มฐานที่มั่นของไอเอสในอิรักและซีเรีย
โดยนายบินาลี ยิลดีริม นายกรัฐมนตรีตุรกี เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า เบื้องต้นมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทั้ง 3 ครั้ง
หลังเกิดเหตุได้มีการสั่งระงับเที่ยวบินที่เดินทางออกจากตุรกีไปยังสหรัฐทุกเที่ยวบิน ทั้งนี้สนามบินอตาเติร์กเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 11 ของโลกและเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อสำคัญของการเดินทางด้วยเครื่องบินจากทั่วโลก
ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยในตุรกีได้ตรวจสอบแล้วในชั้นนี้ไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี โดยที่ในช่วงเวลาดังกล่าวสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์สมีเที่ยวบินบินไปหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทยด้วย ในกรณีที่มีคนไทยประสบเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานทูตได้ที่หมายเลข +90 533 641 5698
ด้านนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกมาร่วมประณามเหตุก่อการร้ายที่ประเทศตุรกี และขอแสดงความเห็นใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิต รวมทั้งต่อรัฐบาลและพลเรือนชาวตุรกี นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็นยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการต่อสู้กับการก่อการร้าย

