สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลก จากสหรัฐอเมริกา รายงานผลประกอบการประจำปีของบริษัท พบว่า บริษัท โบอิ้ง ขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี ท่ามกลางวิกฤตของโบอิ้งนับตั้งแต่เครื่องบิน 737 แม็กซ์ ของโบอิ้ง เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งซ้อนจนถูกสั่งห้ามขึ้นบิน ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้จำนวนมาก
โดยโบอิ้งรายงานว่า ในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา บริษัทขาดทุนไปถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,240 ล้านบาท) และตลอดทั้งปี 2019 บริษัทต้องขาดทุนสุทธิถึง 636 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,800 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทมีรายได้ติดลบ นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ เครื่องบินแม็กซ์ ถูกสั่งห้ามบินตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุตก 2 ครั้งใหญ่ และทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 346 ราย ซึ่งการถูกสั่งห้ามบินของเครื่องแม็กซ์ส่งผลกระทบต่อรายได้ของโบอิ้งจากหลายทาง หนึ่งในส่วนที่ทำให้สูญเสียรายได้มากที่สุดคือการระงับการส่งเครื่องบินใหม่ให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของโบอิ้ง
รายงานของโบอิ้ง ระบุว่า รายได้ในไตรมาส 4 ของโบอิ้ง ได้ลดลงไปถึง 36.8 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 17,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้ตลอดปี 2019 ลดลงไป 24.3 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 76,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โบอิ้งระบุด้วยว่า การที่เครื่องบินแม็กซ์ ยังไม่สามารถขึ้นบินได้ ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขนส่งเครื่องบินอีก 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมไปถึงต้นทุนในการผลิตที่นอกเหนือไปอีกราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

