ท่ามกลางความหวาดผวาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีศูนย์กลางการระบาดจากเมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเปย์ของจีน นอกจากทางการจีนจะบังคับใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อควบคุมป้องกันการลามระบาดของไวรัสชนิดนี้แล้ว ยังมีรายงานชุมชนชาวจีนในหลายพื้นที่ ต่างหามาตรการด้วยตัวเองในการต่อสู้รับมือป้องกันการเข้าแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ในชุมชนของตนเองด้วย
เช่นชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งนำเอาจักรยานมาตั้งขวางปิดประตูทางเข้าออกอาคารที่พักอาศัยของตนเองเองเอาไว้ และให้บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในพื้นที่ต้องลงชื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ตรงประตูทางเข้าอาคารเสียก่อน

หมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งตั้งด่านหน้าทางเข้าหมู่บ้านพร้อมติดป้ายประกาศ “ห้ามบุคคลภายนอกเข้า”
เช่นเดียวกับอีกชุมชนหนึ่งในมณฑลชานตง ที่มีชายผู้สูงอายุ 2 คนสวมหน้ากากอนามัย ยืนอยู่เบื้องหลังป้ายประกาศแจ้งให้ผู้ที่จะประสงค์จะเดินทางเข้ามาในชุมชนแห่งนี้ให้หันหลังกลับไป
ส่วนบริเวณทางเข้าเมืองเหลียนหยุนกัง ใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ รถบรรทุกคันหนึ่งจอดปิดขวางไว้อยู่ โดยชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า “อย่ากลับมา เมื่อก้าวออกไปแล้ว”

ในเมืองหยานเฉิง รถยนต์คันหนึ่งวิ่งไปตามท้องถนนป่าวประกาศว่า หากพบผู้ใดที่เดินทางมาจากหูเปย์ ให้แจ้งคณะกรรมการชุมชนทันที เป็นมาตรการเดียวกับหลายชุมชนที่พักอาศัยในกรุงปักกิ่งที่ขอความร่วมมือให้ผู้คนในชุมชนรายงานถึงบุคคลที่มาจากอู่ฮั่น
หลากวิธีของมาตรการปกป้องตนเองจากการคุกคามของเชื้อไวรัสอู่ฮั่นในชุมชนต่างๆ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักย่อมไม่พ้นชาวเมืองอู่ฮั่นและผู้ที่มาจากมณฑลหูเปย์ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ที่ทำให้พวกเขาไม่เพียงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพื้นที่ แต่ยังพบว่าข้อมูลประวัติส่วนตัวของตนเองถูกนำไปเผยแพร่และแชร์ต่อๆ กันในโลกออนไลน์ด้วย
นักศึกษารายหนึ่งที่เผชิญกับการถูกปฏิบัติข้างต้น พสต์ระบายว่า “ฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในอู่ฮั่น ฉันสัญญาว่าฉันจะกักตัวเอง แต่ได้โปรดอย่าปฏิบัติกับเราเหมือนเป็นศัตรู”!

