เมื่อวันที่ 31 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นในกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศและพื้นที่โดยรอบ ท่ามกลางไฟป่าที่กำลังเผาผลาญคุกคามพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนักที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี หลังจากไฟป่าที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ในพื้นที่ตอนใต้กรุงแคนเบอร์ราได้ขยายวงกินพื้นที่มากถึง 185 ตารางกิโลเมตรแล้ว หรือคิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ดินในภูมิภาคนี้ทั้งหมด
ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศออสเตรเลียทั้งในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรีย ที่ยังคงมีไฟป่าลุกลาม ต้องเผชิญความท้าทายอีกครั้งในความพยายามควบคุมไฟป่า เนื่องจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสและกระแสลมแรงที่อาจจะทำให้ไฟป่าหลายจุดขยายวงลุกลามออกไปอีกได้
ทั้งนี้นับจากเกิดเหตุไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียมาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 33 ราย เผาคลอกสัตว์พื้นเมืองในพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วราว 1 พันล้านตัว และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราว 2,500 หลัง และที่ดินมากกว่า 117,000 ตารางกิโลเมตร

