เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ซูเซ็ธ มาร์กาเร็ธ หญิงชาวคริสเตียน อายุ 52 ปี รอดพ้นจากโทษจำคุก หลังถูกอัยการอินโดนีเซียฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นศาสนา หลังจากพาสุนัขเข้าไปในมัสยิด ศาสนสถานของชนมุสลิม ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา โดยในการพิจารณาคดีนี้ของศาลเมืองโบกอร์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้พิพากษาศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริง แต่ไม่ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 9 เดือน ตามที่ฝ่ายอัยการร้องขอ เนื่องด้วยเห็นว่าจำเลยเป็นโรคจิตเภทแบบหวาดระแวง
ทั้งนี้นางมาร์กาเร็ธได้ให้การในชั้นศาลก่อนหน้านี้ว่าเธอเข้าไปในมัสยิดเพราะถูกไล่ตามและเธอได้ยินเสียงพูดอยู่ในหัวบอกว่าสามีของเธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานที่นี่ ด้านทนายจำเลยกล่าวยินดีต่อคำตัดสินของศาล และว่า สภาพอาการป่วยของจำเลยได้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วจากการพูดของเธอ
คดีนี้เป็นคดีหมิ่นศาสนาคดีล่าสุดที่อยู่ในความสนใจของผู้คน หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ให้เห็นหญิงรายหนึ่งสวมรองเท้าและปล่อยสุนัขให้เข้าไปในมัสยิด ขณะที่สุนัข ถือเป็นสิ่งไม่บริสุทธิ์ในทางศาสนาอิสลามและการสวมรองเท้าเข้าไปในมัสยิดยังเป็นการกระทำต้องห้ามด้วยของชาวมุสลิม

