ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่า ธนาคารดอยช์แบงก์ของเยอรมนีกับซานตานเดร์ของสเปนสาขาที่ดำเนินกิจการในสหรัฐ ล้มเหลวที่จะผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต หรือสเตรสเทสต์ของกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาในปีนี้ โดยซานตานเดร์ กลายเป็นธนาคารแห่งแรกที่ไม่ผ่านการทดสอบ 3 ปีซ้อน ขณะที่ ดอยช์แบงก์ไม่ผ่านเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งผลอันน่าอับอายที่ออกมา เป็นการจุดประเด็นให้เกิดข้อกังขาถึงอนาคตของธนาคารทั้ง 2 แห่ง
เฟดระบุเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ว่า ธนาคารทั้ง 2 แห่ง “มีจุดอ่อนแอที่ครอบคลุมทุกส่วนและมากอย่างมีนัยสำคัญ” ในด้านการวางแผนเงินทุนและไม่มีพัฒนาการที่มากเพียงพอนับจากการทดสอบรอบที่แล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2558
ขณะที่ธนาคารของสหรัฐ 30 แห่ง ผ่านการทดสอบสเตรสเทสต์รอบนี้ อย่างไรก็ตาม มอร์แกนสแตนลีย์ หนีไม่พ้นการถูกตำหนิ โดยเฟดสั่งให้แก้ปัญหาจุดอ่อนบางอย่าง และยื่นแผนการด้านเงินทุนภายในสิ้นปี 2559
ทั้งนี้ สเตรสเทสต์เป็นการทดสอบว่าธนาคารใหญ่ๆ แต่ละแห่งจะสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนในสถานการณ์ที่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและตลาด โดยเฟดใช้การทดสอบนี้เพื่อตัดสินใจว่าธนาคารจะมีความสามาถพอในการจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืนได้โดยที่ไม่กระทบกระเทือนต่อจำนวนเงินทุนสำรองมากเกินไปหรือไม่
ข่าวระบุว่า เฟดมีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงต่อธนาคารที่ล้มเหลวในการทำให้ได้ตามที่กำหนดไว้ ทว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า จะมีมาตรการอย่างไรหากซานตานเดร์และดอยช์แบงก์ไม่มีผลงานที่ดีขึ้นในการทดสอบปีหน้า

