เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา สนทนาทางโทรศัพท์กับนาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยนอกจากจะแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตชาวจีนเป็นจำนวนมากจากการแพร่ระบาดครั้งนี้แล้ว ผู้นำสหรัฐอเมริกา ยังได้แสดงความเชื่อมั่นต่อความเข้มแข็งและความสามารถในการยืดหยุ่นต่อสถานการณ์วิกฤตของจีนจะช่วยให้สามารถจัดการกับปัญหาการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้สำเร็จ ทั้งนี้โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองตกลงที่จะยังคงการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายให้ต่อเนื่องต่อไปด้วย
ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนระบุว่า นายสีแจ้งต่อผู้นำอเมริกันว่า สงครามกับไวรัสครั้งนี้คือ “สงครามของประชาชน” และจีนได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้วยพละกำลังที่มีอยู่ทั้งประเทศอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ด้วยมาตรการป้องกันและควบคุมที่เข้มงวดที่สุด
สำนักข่าว ไชน่า ซินหัว รายงานเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีจีน ระบุว่าความพยายามป้องกันและควบคุมไวรัสฯ ของจีนส่งผลลัพธ์เชิงบวกอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมย้ำว่าจีนมีความมั่นใจเต็มร้อยและศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะเอาชนะการต่อสู้กับโรคระบาด หวังว่าสหรัฐฯ จะประเมินการแพร่ระบาดอย่างสงบ อีกทั้งยอมรับและปรับเปลี่ยนมาตรการตอบโต้ด้วยวิธีการที่เหมาะสม โดยทั้งสองฝ่ายสามารถรักษาการพูดคุย ยกระดับการประสานงาน และทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไวรัสฯ
ประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า จีนและสหรัฐฯ ยังคงรักษาการสื่อสารในประเด็นการป้องกันและควบคุมโรคระบาด พร้อมเสริมว่าเขาซาบซึ้งต่อความคิดเห็นเชิงบวกที่ทรัมป์มีต่อความพยายามของจีนในหลายวาระ อีกทั้งรู้สึกขอบคุณหน่วยงานหลายภาคส่วนในสหรัฐฯ ที่ได้ช่วยบริจาคสิ่งของให้จีน สองฝ่ายสามารถรักษาการสื่อสาร ยกระดับการประสานงาน และทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสฯ

ทรัมป์กล่าวว่าการที่จีนสร้างโรงพยาบาลพิเศษเพื่อผู้ป่วยไวรัสฯ ในระยะเวลาอันสั้นอย่างน่าเหลือเชื่อนั้นเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดระเบียบและการตอบสนองอันโดดเด่นของจีน มั่นใจว่าชาวจีนจะคว้าชัยในการต่อสู้กับโรคระบาดได้อย่างไม่ต้องสงสัยภายใต้การนำของสีจิ้นผิง
ทั้งนี้ ทรัมป์เสริมว่าสหรัฐฯ มั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน โดยจะติดตามและตอบสนองต่อสถานการณ์โรคระบาดอย่างสงบ รวมถึงยินดีเดินหน้าพูดคุยและร่วมมือกับจีนผ่านช่องทางทวิภาคีและองค์การอนามัยโลก (WHO) ต่อไป
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังพูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้า ระยะที่ 1 ที่ทั้งสองประเทศลงนามเมื่อไม่นานมานี้ และตกลงที่จะผลักดันความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีต่อไป

