หน้าแรก ต่างประเทศ รายแรก! เทสลา...

รายแรก! เทสลา ชี้มีผู้เสียชีวิตระหว่างใช้ระบบ ‘ขับเคลื่อนอัตโนมัติ’

1.07.16 | 12:05 น.

บริษัทเทสลา แถลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนว่า คนขับรถ “โมเดลเอส” รถเทสลารุ่นยอดนิยม เสียชีวิตระหว่างใช้ระบบ “ขับเคลื่อนอัตโนมัติ” เป็นรายแรกแล้ว ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทเทสลาได้แจ้งไปยังหน่วยงานดูแลความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติ (เอ็นเอชทีเอสเอ) ของสหรัฐ ที่ได้เปิดให้มีการประเมินประสิทธิภาพเบื้องต้นของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเทสลาอีกครั้ง

แถลงการณ์ของเทสลา ระบุว่าเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นความสูญเสียที่น่าสลดใจ เกิดจากรถพ่วงที่เลี้ยวตัดหน้ารถเทสลาทำให้รถ “โมเดลเอส” ชนเข้ากับรถพ่วงในลักษณะตั้งฉากและตัวถึงด้านหน้าเสียบเข้าใต้ท้องรถขณะที่ตัวรถพ่วงชนเข้ากับกระจกหน้ารถอย่างแรง

รายงานระบุว่า จากการส่งทีมลงตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่า ทั้งผู้ขับและระบบอัตโนมัติไม่สามารถเหยียบเบรกได้ทันเนื่องจาก “ด้านข้างของรถพ่วงมีสีขาวกลืนกับท้องฟ้าขาวสว่าง” นับเป็นการชนที่ผิดไปจากการชนปกติเช่นการชนเข้ากับด้านหน้าหรือด้านท้ายของรถที่ระบบความปลอดภัยของรถจะทำงานได้ดีกว่านี้

นอกจากนี้ เทสลาระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกหลังการเปิดทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไปแล้ว 209 ล้านกิโลเมตร เทียบกับการเสียชีวิตจากการขับรถปกติ ที่ทุกๆ 159 ล้านกิโลเมตรในสหรัฐ และอัตราการเสียชีวิตจากรถยนต์ทั่วโลกทุกๆ 96 ล้านกิโลเมตร ขณะที่การแจ้งเอ็นเอชทีเอสเอ นั้นเป็นขึ้นตอนการปฏิบัติพื้นฐานของเทสลาอยู่แล้ว

ด้านเอ็นเอชทีเอสเอ ระบุว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะสรุประหว่างการสืบสวนว่ามีความผิดพลาดของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ส่งผลให้เกิดการชนดังกล่าวขึ้นหรือไม่

Advertisement

เทสลา ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัตินั้นจะถูกปิดไว้ตั้งแต่แรก โดยผู้ขับจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าระบบนั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่และยังคงอยู่ในขั้นตอนทดลองใช้ โดยหลังจากผู้ใช้เปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจะมีคำเตือนระบุว่า “ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นระบบที่คุณต้องจับพวงมาลัยเอาไว้ตลอดเวลา”และ”คุณจำเป็นที่จะต้องควบคุมและรับผิดชอบต่อยานพาหนะของคุณ”

ทั้งนี้ ข่าวการเสียชีวิตดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นในระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ หลังการทดสอบระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของบริษัทกูเกิลและบริษัทรถยนต์หลายๆ บริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา