วุฒิสภาสหรัฐหัก “ทรัมป์” โหวตคุมใช้อำนาจเปิดสงครามอิหร่าน

วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครต นำโดยนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ขณะแถลงข่าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ (รอยเตอร์)

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น สภาซีเนต หรือ วุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา ที่พรรครีพับลิกันภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครองเสียงข้างมากอยู่ ได้โหวตผ่านร่างกฎหมายที่เป็นการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่าผู้นำสหรัฐจะต้องขออำนาจดังกล่าวจากสภาคองเกรสเสียก่อนจึงจะกระทำได้ เว้นแต่สหรัฐจะต้องปกป้องตนเองจากการโจมตีที่ใกล้จะเกิดขึ้น

การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่คาดว่าจะถูกทรัมป์ใช้อำนาจวีโต้ยับยั้งในทันทีเมื่อเรื่องถูกส่งมาถึงทำเนียบขาว มีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยังคงตึงเครียด หลังจากทรัมป์ส่งโดรนโจมตีสังหารนายพลคัสเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งหน่วยรบคุดส์ของอิหร่าน เสียชีวิตในประเทศอิรักเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่พลเรือนชาวอเมริกันรายหนึ่งถูกโจมตีเสียชีวิตในอิรักก่อนหน้านั้น

โดยในการโหวตรับรองร่างกฎหมายว่าด้วยอำนาจการทำสงครามกับอิหร่าน สมาชิกวุฒิสภาลงมติผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 55 เสียง ต่อ 45 เสียง โดยมีวุฒิสมาชิกสังกัดรีพับลิกัน 8 คน เข้าร่วมกับวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตที่โหวตอนุมัติร่างกฎหมายนี้ ซึ่งสวนทางกับท่าทีเมื่อกลางสัปดาห์ก่อนที่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันโหวตให้ทรัมป์พ้นผิดจากการถูกไต่สวนเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดขวางการทำงานของสภาคองเกรส

ข่าวแจ้งว่า หลังจากนี้ร่างกฎหมายว่าด้วยอำนาจการทำสงครามกับอิหร่าน จะถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เพื่อทำการโหวตรับรองอีกครั้ง ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่ทำเนียบขาว

นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า ซีเนตได้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสมาชิกไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีทำสงครามโดยปราศจากการขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ด้านจิม อินโฮฟ วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน กล่าวปกป้องทรัมป์ว่า ผู้นำสหรัฐไม่ได้ต้องการทำสงครามกับอิหร่าน การสังหารนายพลโซไลมานีเป็นการป้องกันตนเอง และว่า จริงๆแล้วการตัดสินใจของประธานาธิบดีในการกำจัดโซไลมานีเป็นการทำให้ความเป็นไปได้ที่จะทำสงครามลดน้อยลง เพราะทำให้อิหร่านเห็นว่าการก่อการร้ายของตนเองจะต้องมีการชดใช้

บทความก่อนหน้านี้มะกันยื่นฟ้อง ‘หัวเว่ย’ เพิ่ม ข้อหาขโมยความลับทางการค้าของบริษัทสหรัฐ
บทความถัดไป‘ธนาธร’ ไม่กลัว พรรคถูกยุบ ประกาศ สู้ในสภาไม่ได้ พร้อมสู้นอกสภา